ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวกิจกรรม

ททท ขอเชิญเที่ยวงานบุญยิ่งใหญ่ เมืองนคร

 

ททท.ชวนเที่ยวงานบุญที่ยิ่งใหญ่ ของเมืองนคร
              งานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ที่เมืองนคร กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนไม่ควรพลาด ด้วยพลังแห่งความเชื่อความศรัทธาหนึ่งเดียวในประเทศไทยบนดินแดนที่หลากหลายและแผ่นดินที่ศักดิ์สิทธิ์ ณ เมืองนครศรีธรรมราช เมืองแห่งอารยธรรม   “ มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ ” กำหนดขึ้น ระหว่างวันที่  ๑๘ -๒๒  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๙ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และ สนามหน้าเมือง  ซึ่งถือกันว่าเป็นหนึ่งกิจกรรมมหากุศลที่ชาวพุทธพึงได้บำเพ็ญครั้งหนึ่งในชีวิต  เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและเป็นการสักการะองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างใกล้ชิด  อันประกอบด้วยกิจกรรมที่สำคัญได้แก่ การสมโภชผ้าพระบฎ การจัดตลาดนัดโบราณ การกวนข้าวมธุปยาสยาคู  ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และสนามหน้าเมือง  ในวันที่ ๒๐,๒๑  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๙ พร้อมขบวนแห่ผ้พระบฎพระในวันที่  ๒๒  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๙ เวลา ๑๕.๐๐ น จากสนามหน้าเมือง – วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 
               นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า นครศรีธรรมราช  เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า ๑,๘๐๐  ปี  และมีความสำคัญทั้งทางด้านเศรษฐกิจ  สังคม การเมือง ศาสนา มายาวนานตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เป็นนครที่ตั้งอยู่ บนความเหมาะเจาะ ของความรุ่งเรืองทางการค้า  ที่มาบรรจบกับความรุ่งโรจน์แห่งธรรม ก่อเกิดเอกลักษณ์มากมาย  ทั้งเมือง วัฒนธรรม ทั้งทางธรรมชาติที่น่าหลงใหล  คำว่านครศรีธรรมราช หมายถึง นครอันงามสง่าแห่งพระราชผู้ทรงธรรม มีวัฒธรรมและประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ มีพระบรมธาตุเจดีย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกทุกหมู่เหล่า ที่ทุกภาคส่วนต่างภูมิใจร่วมผลักดัน “พระบรมธาตุ สู่มรดกโลก” งานประ เพณี “มาฆบูชา แห่ผ้าขึ้นธาตุ ” ถือเป็นงานบุญที่สำคัญอีกงานหนึ่งที่มีการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมจัดต่อเนื่องมายาวนาน  โดยเฉพาะปีนี้ถือว่าเป็นการจัดงานที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา ชาวเมืองนครศรีธรรมราช ได้สืบสานและพัฒนางานประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุเป็นลำดับ  เพื่อให้ได้รับการยอมรับให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก 
นายจุมพล  ตระกูลนุช วัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวเพิ่มเติมว่า งานประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ เป็นเอกลักษณ์ของชาวนครศรีธรรมราช   จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงวันมาฆบูชาและวิสาขบูชาพุทธศาสนิกชนมักหลังไหลจากทั่วสารทิศ  ไม่เพียงแต่ชาวเมืองนครศรีธรรมราชเท่านั้น ยังมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศที่มีความศรัธาต่อองค์พระบรมธาตุเจดีย์  เดินทางสักการะโดยนำผ้าผืนยาว สีเหลือง สีแดง และสีขาว แห่แหนเป็นขบวนยาวเพื่อไปห่มพระพรบมธาตุเจดีย์ในวันดังกล่าว ขบวนแห่ผ้าพระบฎในโอกาสมาฆบูชาที่ถือกันว่าเป็นโอกาสอันเป็นมงคลและมหากุศลยิ่ง พุทธศาสนิกชนทุกชาติทุกภาษาต่างหลั่งไหลกันมาแห่ผ้าบูชาองค์พระบรมธาตุเจดีย์เมืองนครอย่างเนืองแน่ในทุกปี นอกจากนี้ยังมีพิธีกวนข้าวมธุปยาสยาคู (ข้าวทิพย์) หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของงานมาฆบูชา ซึ่งเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่นางสุชาดาถวายข้างมธุปยาสแด่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธเจ้าเสวยแล้วทรงบรรลุอภิสัมโพธิญาณพุทธศาสดาชน  และมีอายุยืนยาว พลานามัยสมบูรณ์  ผิวพรรณผ่องใส และเป็นยาขนานเอกที่สามารถขจัดโรคร้ายได้ทุกชนิด พิธีกวนข้าวยาคูกำหนดจัดขึ้นในวันที่  ๒๐  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๙  ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร  และหัวใจหลักของงานมาฆบูชาคือ ขบวนแห่ผ้าพระบฎ เพื่อนำขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ในวันที่   ๒๒ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๙ จากสนามหน้าเมืองไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร  พร้อมกิจกรรมเวียนเทียนในคืนวันที่ ๒๒ ด้วย
นายชาญชัย  ดวงจิตต์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยังกล่าวถึงงานประเพณีดังกล่าว เป็นกิจกรรมท่องเที่ยววิถีไทย.......
              งานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ที่เมืองนคร กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนไม่ควรพลาด ด้วยพลังแห่งความเชื่อความศรัทธาหนึ่งเดียวในประเทศไทยบนดินแดนที่หลากหลายและแผ่นดินที่ศักดิ์สิทธิ์ ณ เมืองนครศรีธรรมราช เมืองแห่งอารยธรรม   “ มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ ” กำหนดขึ้น ระหว่างวันที่  ๑๘ -๒๒  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๙ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และ สนามหน้าเมือง  ซึ่งถือกันว่าเป็นหนึ่งกิจกรรมมหากุศลที่ชาวพุทธพึงได้บำเพ็ญครั้งหนึ่งในชีวิต  เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและเป็นการสักการะองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างใกล้ชิด  อันประกอบด้วยกิจกรรมที่สำคัญได้แก่ การสมโภชผ้าพระบฎ การจัดตลาดนัดโบราณ การกวนข้าวมธุปยาสยาคู  ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และสนามหน้าเมือง  ในวันที่ ๒๐,๒๑  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๙ พร้อมขบวนแห่ผ้พระบฎพระในวันที่  ๒๒  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๙ เวลา ๑๕.๐๐ น จากสนามหน้าเมือง – วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 
               นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า นครศรีธรรมราช  เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า ๑,๘๐๐  ปี  และมีความสำคัญทั้งทางด้านเศรษฐกิจ  สังคม การเมือง ศาสนา มายาวนานตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เป็นนครที่ตั้งอยู่ บนความเหมาะเจาะ ของความรุ่งเรืองทางการค้า  ที่มาบรรจบกับความรุ่งโรจน์แห่งธรรม ก่อเกิดเอกลักษณ์มากมาย  ทั้งเมือง วัฒนธรรม ทั้งทางธรรมชาติที่น่าหลงใหล  คำว่านครศรีธรรมราช หมายถึง นครอันงามสง่าแห่งพระราชผู้ทรงธรรม มีวัฒธรรมและประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ มีพระบรมธาตุเจดีย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกทุกหมู่เหล่า ที่ทุกภาคส่วนต่างภูมิใจร่วมผลักดัน “พระบรมธาตุ สู่มรดกโลก” งานประ เพณี “มาฆบูชา แห่ผ้าขึ้นธาตุ ” ถือเป็นงานบุญที่สำคัญอีกงานหนึ่งที่มีการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมจัดต่อเนื่องมายาวนาน  โดยเฉพาะปีนี้ถือว่าเป็นการจัดงานที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา ชาวเมืองนครศรีธรรมราช ได้สืบสานและพัฒนางานประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุเป็นลำดับ  เพื่อให้ได้รับการยอมรับให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก 
นายจุมพล  ตระกูลนุช วัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวเพิ่มเติมว่า งานประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ เป็นเอกลักษณ์ของชาวนครศรีธรรมราช   จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงวันมาฆบูชาและวิสาขบูชาพุทธศาสนิกชนมักหลังไหลจากทั่วสารทิศ  ไม่เพียงแต่ชาวเมืองนครศรีธรรมราชเท่านั้น ยังมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศที่มีความศรัธาต่อองค์พระบรมธาตุเจดีย์  เดินทางสักการะโดยนำผ้าผืนยาว สีเหลือง สีแดง และสีขาว แห่แหนเป็นขบวนยาวเพื่อไปห่มพระพรบมธาตุเจดีย์ในวันดังกล่าว ขบวนแห่ผ้าพระบฎในโอกาสมาฆบูชาที่ถือกันว่าเป็นโอกาสอันเป็นมงคลและมหากุศลยิ่ง พุทธศาสนิกชนทุกชาติทุกภาษาต่างหลั่งไหลกันมาแห่ผ้าบูชาองค์พระบรมธาตุเจดีย์เมืองนครอย่างเนืองแน่ในทุกปี นอกจากนี้ยังมีพิธีกวนข้าวมธุปยาสยาคู (ข้าวทิพย์) หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของงานมาฆบูชา ซึ่งเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่นางสุชาดาถวายข้างมธุปยาสแด่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธเจ้าเสวยแล้วทรงบรรลุอภิสัมโพธิญาณพุทธศาสดาชน  และมีอายุยืนยาว พลานามัยสมบูรณ์  ผิวพรรณผ่องใส และเป็นยาขนานเอกที่สามารถขจัดโรคร้ายได้ทุกชนิด พิธีกวนข้าวยาคูกำหนดจัดขึ้นในวันที่  ๒๐  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๙  ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร  และหัวใจหลักของงานมาฆบูชาคือ ขบวนแห่ผ้าพระบฎ เพื่อนำขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ในวันที่   ๒๒ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๙ จากสนามหน้าเมืองไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร  พร้อมกิจกรรมเวียนเทียนในคืนวันที่ ๒๒ ด้วย
นายชาญชัย  ดวงจิตต์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยังกล่าวถึงงานประเพณีดังกล่าว เป็นกิจกรรมท่องเที่ยววิถีไทย...........

 

แสดงผล 157 ครั้ง