ททท. กระตุ้นท่องเที่ยวภาคอีสานรับต้นปี จัดงาน “เทศกาลเที่ยวอีสาน 2554” ชวนสัมผัสสุดยอดมหัศจรรย์แดนอีสาน “แหล่งเรียนรู้ อู่อารยธรรม”
วันที่ประกาศข่าว : 7 ม.ค. 2554

                  ททท. เปิดพื้นที่คอนซูเมอร์กระตุ้นตลาดในประเทศ  นำเสนอเอกลักษณ์อันโดดเด่นของภาคอีสาน ทั้งแหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต มนต์เสน่ห์แห่งดินแดนลุ่มน้ำโขง ในงาน “เทศกาลเที่ยวอีสาน 2554” (Amazing I - san Fair 2011)  ระหว่างวันที่ 27 – 30 มกราคม 2554 ณ ห้องเพลนารี ห้องบอลรูม และโซนเอ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ตั้งแต่เวลา 10.00 20.00 น. 

                 นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า “ททท. กำหนดจัดงานเทศกาลเที่ยวอีสาน 2554 (Amazing I-San Fair 2011) เป็นโครงการต่อเนื่องตามนโยบายปีการท่องเที่ยวอีสาน และแผนการตลาดการท่องเที่ยวของ ททท. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่ 19 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยนำเอกลักษณ์ของพื้นที่ภาคอีสาน “แหล่งเรียนรู้ อู่อารยธรรม”  เป็นตัวกระตุ้นการเดินทาง อีกทั้งยังช่วยให้มีบรรยากาศการความคึกคัก และอารมณ์ที่คนไทยอยากเดินทางท่องเที่ยวที่ต่อเนื่องตลอดไฮซีซั่น    ขณะเดียวกัน ททท.  มุ่งที่จะรณรงค์ส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศ เน้นการสร้างความสมดุลระหว่างมูลค่าที่เป็นรายได้จากการท่องเที่ยว  กับการรักษาต้นทุนทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยให้นักท่องเที่ยวคนไทยได้ปรับแนวคิดในการท่องเที่ยวด้วยวิธีคิดแบบใหม่  ซึ่งไม่เพียงแต่จะให้คุณค่ากับคนที่ท่องเที่ยวเท่านั้น แต่จะช่วยสร้างคุณค่าและความยั่งยืนให้กับประเทศไทยไปพร้อมกัน อย่างมีสำนึก สร้างสรรค์ ด้วยกัน เข้าใจ และด้วยหัวใจ  ภายใต้แคมเปญหลัก “เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน”  

                นายธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า “นอกจากจะเป็นการนำเสนอศักยภาพทางการท่องเที่ยวของภาคอีสานแล้ว ยังเป็นการช่วยเยียวยาผลกระทบและการเสียโอกาสทางธุรกิจจากอุทกภัยที่เกิดแก่ผู้ประกอบการ  จึงคาดว่าเทศกาลเที่ยวอีสาน 2554 จะฟื้นบรรยากาศการท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ  ด้วยเสน่ห์ของทรัพยากรและสินค้าทางการท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่มีความงดงามตามธรรมชาติ  เช่น อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวศิลปวัฒนธรรมและอู่อารยธรรมอีสานใต้ เช่น ปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพนมรุ้ง แหล่งท่องเที่ยวด้านศาสนา เป็นศูนย์รวมของชาวพุทธได้มาสักการะกราบไหว้ทั้งองค์พระธาตุ รวมถึงพระนักปฏิบัติ   ซึ่งล้วนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธา เช่น พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และเทศกาลงานประเพณีที่มีความสนุกสนาน โดดเด่น เช่น ประเพณีผีตาโขน บั้งไฟพญานาค ฯลฯ จะสามารถดึงความสนใจของคนไทย ให้ไปเยี่ยมชมได้เป็นอย่างดี”

                 สำหรับไฮไลท์หลักของงาน ทุกท่านจะได้เพลิดเพลินกับการเข้าชมเส้นทางการท่องเที่ยวที่สะท้อนภาพลักษณ์ของภาคอีสาน ในมิติการเรียนรู้ผ่านพื้นที่ 7 โซนมหัศจรรย์แดนอีสาน  อาทิ  เสน่ห์ มนตราริมฝั่งโขง  แหล่งโอโซนธรรมชาติ  ตามรอยบูรพาจารย์  อารยธรรมอีสานใต้  มรดกโลก และ  อารยธรรมโบราณ  ย่ำรอยไดโนเสาร์ และอีสานบูทีค (Trendy and chill out) เพื่อสัมผัสถึงความเป็นอีสานขนานแท้ ผ่านแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เป็น “แหล่งเรียนรู้ อู่อารยธรรม” พร้อมกับการสาธิตในโซนต่าง ๆ ส่วนถัดไปจะเป็น การส่งเสริมการขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวในกลุ่ม โรงแรม ที่พัก รีสอร์ท รายการนำเที่ยว  รวมถึงการจำหน่ายอาหารพื้นเมือง สินค้าพื้นเมือง(OTOP) ของที่ระลึกของอีสาน มีให้เลือกช้อปกว่า 100 บูธ  นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสาระและความบันเทิงในรูปแบบการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสานที่มีบรรยากาศม่วนซื่น และความเป็นอีสานร่วมสมัย อาทิ การแสดงจากวิทยาลัยของภาคอีสานมากมาย การแสดงวงดนตรีลูกทุ่งชิงช้าสวรรค์ การแสดงดนตรีลูกทุ่งหมอรำ โดยคุณแคนดี้-บานเย็น รากแก่น การแสดงระนาดผสมเครื่องดนตรีอีสาน โดย ขุนอินทร์ และมินิคอนเสิร์ต Unbelievable I-san จากศิลปิน Ewery, Singto Namchock และ Musketeer เป็นต้น  

                ททท. คาดว่าผลตอบรับจากการจัดงานครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจากพื้นที่ภาคอีสานได้รับโอกาสทางธุรกิจอีกครั้ง  ซึ่ง ททท. ได้ปรับลดราคาคูหามาตรฐานให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ถูกน้ำท่วมลงอีก 50% จากราคาพิเศษ  ขณะเดียวกันผู้ประกอบการมีช่องทางการจำหน่าย โดยประมาณการมูลค่าซื้อขายสินค้าภายในงานไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท และมีผู้เข้าร่วมชมงานไม่ต่ำกว่า 60,000 คนตลอด 4 วันของการจัดงาน   ซึ่งในจำนวนนี้นอกจากจะเป็นผู้ซื้อภายในงานแล้ว และบางส่วนที่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ แต่เกิดการรับรู้และมีความสนใจที่จะเดินทางท่องเที่ยวสู่ภาคอีสานเพิ่มขึ้นในอนาคต