ททท. นำทีมเซลส์แมนขายไทย พร้อมสื่อสารฟื้นความเชื่อมั่นดึงตลาดญี่ปุ่น ร้อยละ 73 ชอบท่องเที่ยวซ้ำ
วันที่ประกาศข่าว : 27 ก.ย. 2553

                การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำทีมภาคเอกชนไทย ร่วมเสนอขายด้านการท่องเที่ยวในตลาดญี่ปุ่น ท่ามกลางผู้ซื้อ (Buyers) และผู้ขาย (Sellers) ทางธุรกิจจากทั่วโลก บนเวทีเจรจาซื้อขายขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น กว่า 26,000 ตารางเมตรในงาน JATA World Travel Fair  2010 ระหว่างวันที่  24-26 กันยายน 2553 ณ Tokyo Big Sight กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 

                สมาคมบริษัทนำเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (Japan Association of Travel Agents -JATA)  ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าภาพ ได้จัดให้มีกิจกรรมสำคัญ 2 ส่วน คือ การจัดประชุมประจำปี JATA World Tourism Congress 2010เป็นการประชุมสัมมนาวิชาการด้านการตลาดเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันระหว่างภาคธุรกิจเพื่อให้เกิดการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน   ขณะเดียวกันอีกส่วนหนึ่งคือการจัดงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยว  JATA World Travel Fair ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 22 และมีหน่วยงานการท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ เข้าร่วม  เพื่อเป็นการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจและเปิดหาช่องทางใหม่ๆ ในการทำตลาด

                 ส่วน ททท.ในฐานะหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ได้เช่าพื้นที่ขนาด 108 ตารางเมตร ตกแต่งคูหาประเทศไทยในสไตล์ร่วมสมัย  ตอกย้ำความแข็งแกร่งของประเทศไทยด้วยแบรนด์ Amazing Thailand เป็นพื้นที่หลักเพื่อการเจรจาทางธุรกิจเฉพาะผู้ประกอบการ ซึ่งในปีนี้ มีภาคเอกชนไทย รวม 10 รายเดินทางไปร่วมออกบูธเพื่อนำเสนอสินค้าบริการที่เกี่ยวข้องในด้านการท่องเที่ยว โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในเมืองท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ สมุย ภูเก็ต กระบี่ พังงา ประเภทธุรกิจที่พัก โรงแรม สปา รีสอร์ท รองรับตลาดนักเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน (Leisure) และกลุ่มพำนักระยะยาว (ลองสเตย์) รวมทั้งมีหน่วยงานของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ที่เน้นทำการตลาดในกลุ่มนักธุรกิจ การจัดประชุมสัมมนา ไปช่วยเสริมบทบาทและศักยภาพของไทย  

                  นอกจากนี้บริเวณคูหาประเทศไทย ยังได้แสดงจุดขายที่โดดเด่นของไทย ให้กับผู้เข้าชมภายในงาน ได้สัมผัสผ่านกิจกรรมการสาธิตสปาระดับมาตรฐาน  การแสดงวัฒนธรรม นาฏศิลป์ไทยสี่ภาค  กิจกรรมเล่นเกมส์ ตอบคำถามเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลยุทธ์เพื่อสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดี ควบคู่กับการให้ข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวทั้งแบบออนไลน์ และ ออฟไลน์  ซึ่งเป็นที่ดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าชมได้อย่างมาก       

                   ด้านสถานการณ์ทางการท่องเที่ยว ของตลาดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ในช่วงครึ่งแรกของ ปี 2553 มีจำนวนทั้งสิ้น 475,386 คน อัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6  โดยเฉพาะในไตรมาสแรก เพิ่มสูงถึงร้อยละ 21 อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจของญี่ปุ่นขยายตัว หลังจากนั้นตลาดมีการปรับตัวลดลงในไตรมาส 2 จากสถานการณ์ทางการเมืองของไทย  อย่างไรก็ตามตลาดญี่ปุ่น ถือว่ามีสัดส่วนตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ที่ไทยได้รับรองจากมาเลเซีย ในปริมาณเกินหลักล้านคนต่อปี อีกทั้งลักษณะของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจากสถิติปีที่ผ่านมา พบว่าร้อยละ 73 เป็นกลุ่มที่กลับมาเที่ยวซ้ำ (Revisit) ด้วยโอกาสของประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวระยะใกล้  มีความคุ้มค่าเงิน โดยเฉพาะ แหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพและความงามได้รับความนิยมสูง  คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ให้ความสนใจในเรื่องการดูแลความงาม  โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัยและ กลุ่มผู้เกษียณอายุ (Baby boomers) ซึ่งมีเวลาและมีเงินจากบำนาญ จึงมักสนใจในเรื่องของสุขภาพและการรักษาพยาบาลเป็นพิเศษ