ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวกิจกรรม

‘มิชลิน ไกด์’ เผยรายชื่อร้านอาหารระดับดาวมิชลินในไทยประจำปี 2564 พร้อมชูประเด็นเรื่องการประกอบอาหารอย่างยั่งยืนและระบบนิเวศของร้านอาหาร

มิชลิน เปิดตัว ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงาประจำปี 2564 คู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับที่ 4 ของประเทศไทย ซึ่งการจัดทำคู่มือ มิชลินไกด์ สอดคล้องกับนโยบายของ ททท. ที่ต้องการส่งเสริมและยกระดับภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวไทย ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร สะท้อนวัฒนธรรมอาหารการกินของคนไทยที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของวัตถุดิบและรสชาติ ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญและเป็นสวรรค์ของนักชิม จึงสนับสนุนการจัดทำคู่มือ มิชลินไกด์ มาอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งแรกเปิดตัว ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ เล่มแรก ประจำปี 2561 มีร้านอาหารผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 98 ร้าน สะท้อนให้เห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแง่มุมของความเป็นเมืองแห่งอาหารนานาชาติที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ของอาหารไทยเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก ครั้งที่2 "มิชลิน ไกด์" ประจำปี 2562 มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ตและพังงา และ  ครั้งที่3 มิชลิน ไกด์ ประจำปี 2563 มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่  ภูเก็ตและพังงา 2020

 

ปี 2564 คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงาประจำปี 2564 บรรจุรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรรวมทั้งสิ้น 299 แห่ง เป็นร้านที่ได้รับรางวัล 2 ดาวมิชลิน จำนวน 6 ร้าน, รางวัล 1 ดาวมิชลิน จำนวน 22 ร้าน, รางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ จำนวน 106 ร้าน และรางวัล ‘มิชลิน เพลท’ จำนวน 165 ร้านนี้ หลังจากที่ได้เผยรายชื่อร้านอาหารซึ่งผ่านการคัดเลือกให้ได้รับสัญลักษณ์ ‘บิบ กูร์มองด์’ (Bib Gourmand) ไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้

 

ล่าสุด มิชลินได้ประกาศรายชื่อร้านอาหารที่คว้ารางวัล ‘ดาวมิชลิน’ (MICHELIN Star) รวมทั้งผู้ได้รับ 3 รางวัลใหม่ที่เพิ่มเข้ามาครั้งแรกในปีนี้ ได้แก่ MICHELIN Green Star รางวัลที่มอบให้กับร้านอาหารซึ่งใส่ใจในสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน, MICHELIN Guide Young Chef Award รางวัลที่มอบให้กับเชฟรุ่นใหม่ที่โดดเด่น และ MICHELIN Guide Service Award รางวัลสำหรับบุคลากรผู้ให้บริการยอดเยี่ยม โดยมีร้านติดดาวมิชลินรวม 28 ร้าน โดยได้รับการเลื่อนระดับเป็น 2 ดาวมิชลิน 1 ร้าน ขณะที่รายชื่อ 1 ดาวมิชลินมีร้านติดอันดับครั้งแรก 2 ร้าน และได้รับการเลื่อนระดับ 1 ร้าน

 

เกว็นดัล ปูลเล็นเนค ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ทั่วโลก เปิดเผยว่า “คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับล่าสุดนี้จัดทำขึ้นในปี 2563 ซึ่งเป็นปีแห่งความท้าทาย ขณะเดียวกันก็เป็นปีแห่งนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ด้วย ร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรจึงสะท้อนถึงความกล้าหาญและความพร้อมที่จะปรับตัวของเชฟซึ่งพยายามรับมือกับวิกฤติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นนี้อย่างดีที่สุด การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ในอุตสาหกรรมอาหาร โดยบรรดาเชฟและร้านอาหารในประเทศไทยหันมาให้ความสำคัญมากขึ้นกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ดังนั้น จึงนำเสนอรางวัลใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในปีนี้ ได้แก่ รางวัล MICHELIN Green Star หรือ “ดาวมิชลินรักษ์โลก” ซึ่งมอบให้กับร้านอาหาร 1 แห่งหรือมากกว่านั้น ที่ดำเนินกิจการและมีแนวปฏิบัติประจำวันด้านการประกอบอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งรางวัล MICHELIN Guide Young Chef Award  และ MICHELIN Guide Service Award  ซึ่งทั้งสองรางวัลมอบให้เพื่อยกย่องการปฏิบัติงานและการมีส่วนร่วมของบุคลากรผู้มีบทบาทในภาคธุรกิจร้านอาหาร หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือระบบนิเวศทั้งระบบของร้านอาหารซึ่งส่งผลต่อประสบการณ์การรับประทานอาหารโดยรวม  คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทยปีล่าสุดนี้ จึงเป็นเสมือนเครื่องตอกย้ำทักษะความเชี่ยวชาญ ความเป็นเลิศ และความแข็งแกร่งมีชีวิตชีวา ของภาคธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยในแง่มุมต่างๆ อย่างรอบด้าน ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2564 มีร้านอาหารเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ได้รับการเลื่อนระดับจาก 1 ดาวมิชลิน เป็น 2 ดาวมิชลิน นั่นคือ Chef’s Table (เชฟส์เทเบิล)

 

สำหรับรางวัล 1 ดาวมิชลิน มีร้านอาหารที่ติดอันดับในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ เป็นครั้งแรกและคว้ารางวัลนี้ไปครองรวม 2 ร้าน ได้แก่ Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยซึ่งนำเสนอเมนูที่รังสรรค์อย่างประณีตจากวัตถุดิบชั้นเลิศผ่านกรรมวิธีการปรุงด้วยเทคนิคแบบฝรั่งเศสดั้งเดิม และ Cadence by Dan Bark (เคเดนซ์) ร้านอาหารเชิงนวัตกรรมที่ผสานความเป็นตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว ทั้งยังนำเสนอศิลปะสไตล์เกาหลีผ่านอาหารเชิงนวัตกรรมที่ทันสมัย นอกจากนี้ ยังมีร้านที่ได้รับการเลื่อนระดับจาก ‘มิชลิน เพลท’ อีก 1 ร้าน นั่นคือ Sushi Masato ซูชิบาร์สไตล์โอมากาเสะที่มีลักษณะแบบ Chef’s Table

 

สำหรับร้านอาหารได้รับสัญลักษณ์รับรอง ‘มิชลิน เพลท’ ซึ่งมอบให้กับร้านอาหารคุณภาพดีที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่และปรุงอย่างพิถีพิถัน รวมทั้งสิ้น 165 ร้าน ในจำนวนนี้เป็นร้านที่ติดอันดับครั้งแรก 32 ร้าน [กรุงเทพฯ และปริมณฑล 12 ร้าน, เชียงใหม่ 9 ร้าน, ภูเก็ตและพังงา 11 ร้าน] อาทิ บ้านริมบึง (นครปฐม) ร้านอาหารซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2544 นำเสนออาหารไทยสไตล์ครอบครัว โดดเด่นด้วยเมนูปลาและอาหารทะเลที่สดใหม่, กิติพานิช (เชียงใหม่) ร้านอาหารที่นำเสนออาหารสไตล์ล้านนาดั้งเดิมในบรรยากาศเปี่ยมมนต์เสน่ห์ของอดีตกาลซึ่งผนวกความร่วมสมัยได้อย่างมีชีวิตชีวา และ Beach Grill and Bar (พังงา) ซึ่งเสิร์ฟอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนสไตล์ฟิวชั่นและอาหารทะเลสดใหม่ในท้องถิ่น เมนูอาหารส่วนใหญ่ปรุงจากเตาถ่านไม้ฟืนที่ให้ความหอมของกลิ่นควัน

 

ส่วนร้านอาหาร PRU (พรุ) ร้านอาหารแห่งแรกในไทยที่ได้รับรางวัล “ดาวมิชลินรักษ์โลก” 1 ดาวมิชลินในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นแบบอย่างที่โดดเด่นในด้านการประกอบอาหารอย่างยั่งยืน โดยมุ่งมั่นเผยแพร่หลักปรัชญา “Dine Good, Do Good” หรือ “กินดีอยู่ดี” ด้วยการลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การใช้สารเคมี และขยะอาหาร นอกจากนี้ ยังประกอบอาหารโดยเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลในประเทศเท่านั้น

 

และปีนี้ยังเป็นปีแรกที่ ‘มิชลิน ไกด์’ ประกาศรางวัลใหม่ คือ MICHELIN Guide Young Chef Award ซึ่งมอบให้กับเชฟรุ่นใหม่ระดับดาวมิชลินที่โดดเด่น และ MICHELIN Guide Service Award ซึ่งมอบให้กับบุคลากรผู้ให้บริการยอดเยี่ยมที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษและได้รับประสบการณ์การทานอาหารสุดประทับใจ การมอบรางวัลเหล่านี้พิจารณาคัดเลือกจากข้อมูลที่สืบหาและจัดเก็บจากการลงพื้นที่โดยผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’

 

ผู้คว้ารางวัล MICHELIN Guide Young Chef Award ประจำปี 2564

ได้แก่เชฟอ้อม สุจิรา พงษ์มอญ หัวหน้าเชฟร้านสวรรค์ (กรุงเทพฯ) และผู้คว้ารางวัล MICHELIN Guide Service Award ประจำปี 2564 ได้แก่ กิลโยม บาร์เรย์ (Guillaume Barray) ผู้จัดการทั่วไป ร้าน Chef’s Table (กรุงเทพฯ)

 

ททท.เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร สะท้อนวัฒนธรรมอาหารการกินของคนไทยที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของวัตถุดิบและรสชาติ โดยครั้งแรกเปิดตัว ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ เล่มแรก ประจำปี 2561 มีร้านอาหารผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 98 ร้าน สะท้อนให้เห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแง่มุมของความเป็นเมืองแห่งอาหารนานาชาติที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ของอาหารไทยเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก ครั้งที่2 กับ

 

ผู้สนใจสามารถคลิกดูรายชื่อและข้อมูลร้านอาหารทั้งหมดที่ได้รับคัดสรรและจัดอันดับอยู่ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา ประจำปี 2564 (The MICHELIN Guide Bangkok, Chiang Mai, Phuket & Phang-Nga 2021) ซึ่งจัดทำเป็น 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้ทางเว็บไซต์ guide.michelin.com/th/th ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม ศกนี้เป็นต้นไป สำหรับคู่มือแบบรูปเล่มจะเริ่มวางจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ในราคาเล่มละ 650 บาท ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม เป็นต้นไป

แสดงผล 453 ครั้ง