ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวองค์กร

ยูนิลีเวอร์จับมือพันธมิตรเปิดตัวโครงการ TRASH ร่วมเปลี่ยนโลก แปลงขยะให้มีค่า   

 

กรุงเทพ – 29 ตุลาคม 2562 – ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมควบคุมมลพิษ, เทศบาลเมืองกระบี่, บ.ซีโร่ เวสท์ โยโล, บ.เบสท์ โพลิเมอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ     บ.จีอีพีพี สะอาด เพื่อแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกนำร่องที่เมืองกระบี่และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนแก่ขยะพลาสติกประเภทถุงขนม ถุงเติมสบู่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจานฯลฯ หรือซองแชมพูประเภท Multilayer และขวดขุ่นประเภท HDPE หรือขวดทึบที่เป็นขวดนม ขวดสบู่เหลว แชมพู น้ำยาซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม เนื่องจากเป็นชนิดพลาสติกที่ไม่มีมูลค่าหรือมูลค่าเชิงพาณิชย์น้อยทำให้ไม่นิยมรับซื้อ ภายใต้โครงการ TRASH ร่วมเปลี่ยนโลก แปลงขยะให้มีค่า

 

 “TRASH” ย่อมาจาก Tourism to Recycling Actions for the Schools and Homes เป็นโครงการที่เกิดจากพันธมิตรที่หลากหลายไม่ว่าจะชุมชน หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชนที่จะร่วมสร้างวงจรชีวิตแก่ขยะพลาสติกที่ไม่ได้ถูกจัดเก็บเพื่อป้องกันไม่ให้รั่วไหลไปสู่สิ่งแวดล้อม ชุมชน และทำลายทัศนียภาพของสถานที่ท่องเที่ยว แต่นำกลับมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ คืนสู่โรงเรียนและชุมชน

 

คุณโรเบิร์ต  แคนเดลิโน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ในประเทศไทย และมาเลเซีย สิงคโปร์ เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา กล่าวว่า “ปัญหาขยะพลาสติกเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไข   ทั้งนี้ ยูนิลีเวอร์มีพันธกิจที่จะลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมลงครึ่งหนึ่ง ด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ สามารถรีไซเคิลได้ หรือย่อยสลายได้ 100% และเมื่อเร็วๆนี้ (เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562) ซีอีโอใหญ่ของยูนิลีเวอร์ นายอลัน โจป ได้ประกาศแผนลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ในบรรจุภัณฑ์ลงครึ่งหนึ่งและให้คำมั่นที่จะเก็บและแปรรูปบรรจุภัณฑ์พลาสติกให้มากกว่าที่ขาย ทั้งหมดนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2568 ทั้งนี้ ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย อยู่บนเส้นทางแห่งการปฏิวัติพลาสติกโดยได้เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกใหม่เป็นพลาสติกรีไซเคิลแบบ post-consumer recycled (PCR) สำหรับสองแบรนด์ที่ขายดีที่สุด: ซันไลต์และคอมฟอร์ท และแบรนด์ใหม่: เลิฟ บิวตี้ แอนด์ แพลนเน็ต และเซเว่นท์เจนเนอเรชั่น แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่ดีพอ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแยกประเภทขยะตั้งแต่ต้นทางและการจัดเก็บที่เป็นกุญแจสำคัญที่จะก้าวไปสู่การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน”

อย่างไรก็ตามด้วยองค์ประกอบและระบบการจัดเก็บปัจจุบัน ขวดพลาสติก PET ที่เป็นขวดน้ำดื่ม หรือขวดใส เป็นประเภทพลาสติกที่มีการจัดเก็บเป็นหลัก และพลาสติกที่ไม่มีมูลค่าเชิงพาณิชย์เทียบเท่า เช่น ขวดขุ่น ขวดทึบประเภท HDPE หรือ ถุงฟิลม์หลายชั้นที่ฉาบอะลูมิเนียมหรือฟอลล์ ที่ไม่ได้มีการแยกจัดเก็บก็จะถูกนำไปทิ้งในบ่อฝังกลบหรือรั่วไหลสู่ผืนดิน แม่น้ำ และสุดท้ายลงทะเล นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่โครงการ TRASH ถือกำเนิดขึ้น เพื่อป้องกันขยะบนดินไหลลงสู่สิ่งแวดล้อมและเพื่อลดการใช้บ่อฝังกลบโดยการสร้างระบบนิเวศน์ที่จะหมุนเวียนพลาสติก (Circularity) ผ่านการสร้างองค์ความรู้แก่ชุมชนเพื่อระบบบริหารจัดการขยะพลาสติกที่เป็นระบบ ด้วยการแยกขยะ ทำความสะอาดและการสร้างระบบจัดเก็บเพื่อสามารถนำไปรีไซเคิลในท้ายที่สุด ภายใต้ผู้สนับสนุนหลักคือแบรนด์ซิตร้าที่มีปรัชญาที่จะคืนความสวยงามแก่ธรรมชาติและลดขยะในสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์กรพันธมิตรทั้ง 11 องค์กรที่ร่วมลงนามและประกาศความร่วมมือในวันนี้

 

คุณจุฑาทิพย์ เจริญลาภ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ กล่าวว่า โครงการ TRASH เป็นโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายของ ททท. เป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ททท. ได้รณรงค์เพื่อสร้างกระแสใส่ใจสิ่งแวดล้อมและปลูกจิตสำนึกให้นักท่องเที่ยวร่วมกันรับผิดชอบต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดการสร้างภาระขยะในแหล่งท่องเที่ยว มุ่งเป้าที่พลาสติกที่ใช้เพียงครั้งเดียว หรือ Single-use plastic และสนับสนุนการใช้วัสดุธรรมชาติทดแทน โดย ททท. ดำเนินโครงการ “ลดโลกเลอะ” และได้ทำปฏิญญา “เที่ยวไทยเท่ ไม่สร้างขยะ ลดโลกเลอะ” ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เมื่อปี 2561 จากนั้นได้รณรงค์ไปสู่ภาคประชาชนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  รวมไปถึงรณรงค์ให้เจ้าของพื้นที่ได้ตระหนักถึงปัญหาขยะที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย ดังนั้น โครงการ TRASH จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญที่จะเป็นแนวร่วมในการรณรงค์ให้การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว อันจะส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวของไทยยังคงความสวยงามและน่าท่องเที่ยวต่อไป 

 

คุณประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ประเทศไทยถูกจัดเป็นอันดับต้นๆ ที่มีขยะพลาสติกในทะเลมากที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล อาทิ วาฬ พะยูน กรมควบคุมมลพิษได้ตระหนักถึงปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติกจึงได้จัดทำ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 ขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกของประเทศ โดยมีเป้าหมายที่ 1 คือ ลด และเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 3 ชนิด ในปี 2562 ได้แก่ แคปซีล พลาสติกผสมสารอ็อกโซ่ และไมโครบีด และ 4 ชนิด ในปี 2565 ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบาง โฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติก(แบบบาง) และหลอดพลาสติก และเป้าหมายที่ 2 คือ การนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ร้อยละ 100 ภายในปี 2570 โครงการ TRASH เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน(Circular Economy) ภายใต้ Roadmap ดังกล่าว ซึ่งจะสามารถขยายการดำเนินงานไปสู่พื้นที่อื่นๆ เพื่อสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนของประเทศให้ก้าวไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

 

คุณชาญณรงค์  ลีลาบูรณพงศ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ กล่าวว่า กระบี่ เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวนิยม แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนประมาณ 6 ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยวโดยเฉลี่ยปีละ 118,000 ล้านบาท เมืองกระบี่มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างโรดแมปการจัดการขยะแบบยั่งยืนให้เป็น “เมืองกระบี่สะอาด” ปัจจุบันขยะที่รีไซเคิลได้ มีขวดใสประเภท PET กระป๋องอะลูมิเนียม เหล็ก กระดาษและเศษไม้ จะมีการซื้อขายผ่านศูนย์รับซื้อและซาเล้ง ในขณะที่ขยะที่ผู้คนเข้าใจว่ารีไซเคิลไม่ได้ อาทิ ขวดขุ่น ขวดทึบ ประเภทโพลีเอทีลีน และถุงขนมที่เคลือบอะลูมิเนียม หรือฟอยล์ ถูกส่งไปยังบ่อฝังกลบ ปีหนึ่งมากถึง 25 ตัน โครงการ TRASH จะสร้างความรู้แก่ชุมชนและเปลี่ยนทัศนคติของคนในชุมชนต่อ ขวดพลาสติกที่ใส่ แชมพู สบู่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือถุงขนมคบเขี้ยว ที่เคยถูกมองว่าเป็นขยะแท้จริงแล้วเป็นวัตถุดิบในการสร้างข้าวของเครื่องใช้ และเฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล สำหรับโรงเรียนและชุมชนเมืองกระบี่เรา เพียงแต่เราร่วมมือกันแยก ล้าง และคืนวัสดุเหล่านี้เพื่อการรีไซเคิล

 

คุณเกศทิพย์ หาญณรงค์ CEO และ Founder ของ บจก. ซีโร่ เวสท์ โยโล กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่เห็นยักษ์ใหญ่อย่างยูนิลีเวอร์เป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่กระโดดเข้ามาร่วมโมเดลการรับคืนบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบยั่งยืน ทางบริษัทโยโลเองทำงานในส่วนการรีไซเคิลพลาสติกกำพร้า ซึ่งก็คือ พลาสติกที่ไม่ค่อยได้รีไซเคิลในระบบใหญ่ เช่น พลาสติกบรรจุภัณฑ์ ฝาขวดน้ำ และพลาสติกแบบบางทั้งหลาย โดยให้แฟนเพจช่วยกันส่งมาที่ออฟฟิศของเรา ซึ่งกลายเป็นภาระของผู้บริโภค เพราะในเมืองไทยไม่มีจุดรับบรรจุภัณฑ์คืนเพื่อรีไซเคิลเหมือนต่างประเทศ ตอนนี้เราเลยดีใจมากที่ยูนิลีเวอร์เริ่มก้าวแรกด้วยการทำโมเดลการรับคืนบรรจุภัณฑ์ที่จังหวัดกระบี่ โดยบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติก HDPE, LDPE และ PP ทั้งหมดจะถูกนำมาบดย่อยและหลอมขึ้นรูปด้วยเครื่องรีไซเคิลพลาสติกของโยโล ซึ่งเป็น “เครื่องรีไซเคิลพลาสติกระดับชุมชนเครื่องแรกของไทย” ที่สามารถรีไซเคิลพลาสติกเป็นไม้เทียมและชิ้นงานตามที่เหมาะสมกับแต่ละชุมชนได้ เราหวังว่าจะสามารถต่อยอดโมเดลที่ยูนิลีเวอร์ทำที่กระบี่ไปที่จังหวัดอื่น ๆ ได้ในอนาคตเพื่อช่วยลดขยะจากชุมชน ช่วยลดภาระของภาครัฐในเรื่องการจัดการขยะ และสร้างรายได้เพิ่มให้กับคนในชุมชนด้ว

 

นายทวี อนันตรัตนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบสท์ โพลิเมอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจที่ได้เข้าร่วมโครงการดีๆแบบนี้ และในฐานะที่เป็นผู้ผลิตไม้เทียม Wood Plastic Composite จากขยะพลาสติกหลากหลายชนิด รู้สึกดีใจที่ทางบริษัทยักษใหญ่อย่างยูนิลิเวอร์เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องของเศรฐกิจหมุนเวียนเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการจัดการและคัดแยกขยะแต่ละประเภทเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ขยะพลาสติกแต่ละชนิด และยังสามารถส่งถึงผู้ผลิตที่จะนำขยะเหล่านี้ไปสร้างมูลค่าเพิ่มต่อไปได้ โดยเฉพาะที่ทางยูนิลิเวอร์ได้มุ่งเน้นไปที่การจัดการขยะพลาสติกชนิด multi-layer และ HDPE ที่มีการผลิตและใช้งานเป็นปริมาณมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม FMCG นี้ ซึ่งพลาสติกกลุ่มนี้เป็นพลาสติกที่ยากต่อการจัดการ ทำให้พลาสติกเหล่านี้ มักไม่ได้ถูกรวมเข้าไปในระบบรีไซเคิลใหญ่ โดยในโครงการนี้ ทางบริษัทรับผิดชอบในการนำขยะพลาสติกชนิด multi-layer ซึ่งเป็นชนิดหลักที่ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ในครัวเรื่อน มารีไซเคิลเป็นไม้เทียม ชนิดสำหรับใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์หรือตกแต่งภายในอื่น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับขยะพลาสติกชนิดนี้ด้วย แม้ในช่วงแรก ขบวนการผลิตของบริษัทอาจใหญ่เกินไปสำหรับการจำกัดแค่การใช้ขยะจากในชุมชน แต่ในอนาคต เราหวังว่าเราจะร่วมมือกันเพื่อพัฒนาระบบการจัดการและคัดแยกขยะให้ดีขึ้น เพื่อที่จะเปลี่ยนจากกองขยะพลาสติกในชุมชนต่างๆ ให้กลายเป็นสนามเด็กเล่น เก้านั่งสาธารณะ และอื่นๆอีกมากมาย

 

นางสาวมยุรี อรุณวรานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีอีพีพี สะอาด จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศท่องเที่ยวหลักของโลก เรามีนักท่องเที่ยวนับล้านๆคนในทุกๆปี ซึ่งทำให้เกิดการใช้ บรรจุภัณฑ์ เป็นจำนวนมากตามมา ทำให้เราต้องมีระบบจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วอย่างยั่งยืนเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดต่อธรรมชาติอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเรา ด้วยความร่วมมือกับ บริษัท ยูนิลีเวอร์ เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับบรรจุภัณฑ์โดยการสร้างมูลค่า โดยนำเอา “เก็บ” แพลตฟอร์มเข้ามาบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ของโครงการฯ เพื่อทำให้การติดตามผลและการขยายผลมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองเป้าหมายการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ ให้ได้ 100%   โดยบรรจุภัณฑ์ ทุกๆชิ้นที่ผ่านเข้ามาในระบบจะถูกบันทึกและรายงานผลบน “เก็บ” แพลตฟอร์ม ซึ่งทำให้เรามั่นใจได้ว่าบรรจุภัณฑ์เหล่านั้นได้เดินทางไปสู่การรีไซเคิลจนถึงการสร้างรายได้ให้กับชุมชน เพื่อนำไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบยั่งยืน เรามีเป้าหมายว่าด้วยระบบข้อมูลของเรา และด้วยความร่วมมือกับบริษัท ยูนิลีเวอร์ ร่วมไปถึงทุกๆฝ่ายโครงการนี้ จะช่วยให้เราสามารถสร้างโมเดลในการจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่มีมูลค่าหรือมูลค่าเชิงพาณิชย์น้อยหรือที่ไม่นิยมรับซื้อ ให้กับประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนต่อไป

 

                                                                

เกี่ยวกับยูนิลีเวอร์

ยูนิลีเวอร์ เป็นบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของโลก มีสินค้าขายใน 190 ประเทศทั่วโลก เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค 2.5 พันล้านคนที่ใช้สินค้ายูนิลีเวอร์ในชีวิตประจำวันทุกวัน ยูนิลีเวอร์มีแบรนด์สินค้ากว่า 400 ชนิด ตั้งแต่ ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเส้นผม น้ำยาล้างจาน และอาหาร ในปี 2561 บริษัทมีรายได้ทั่วโลก 51 พันล้านยูโร โดยยูนิลีเวอร์มีโรงงาน 32 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงให้และศูนย์นวัตกรรม 6 แห่งทั่วโลก และมีพนักงาน 17,000 คน ทั่วโลก

 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

 

ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย

 

ณัฏฐิณี เนตรอำไพ                                      Tel 092-256-4978     Email: Nattinee.Netraumpai@unilever.com

จิตริณี แก้วจินดา                                        Tel 065-516-2957     Email: Jittrinee.Kaeojinda@unilever.com

แสดงผล 200 ครั้ง