Article Detail Page Background

หัตถกรรมเส้นไหม เพชรงามแห่งภูมิปัญญา “ผ้ายกดอก ลำพูน”และ “ผ้ายกทอง สุรินทร์”

14 พฤษภาคม 2562

หัตถกรรมเส้นไหม เพชรงามแห่งภูมิปัญญา “ผ้ายกดอก ลำพูน”และ “ผ้ายกทอง สุรินทร์”

ผ้ายกดอกและผ้ายกทอง องค์ประกอบแห่งความวิจิตรประณีตศิลป์บนพระภูษาทรงที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อเป็นเครื่องทรงฉลองพระองค์ของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธียิ่งใหญ่ครั้งสำคัญของประเทศไทย ผ้ายกดอก จังหวัดลำพูน และผ้ายกทอง จังหวัดสุรินทร์ ได้รับการคัดเลือกเป็นพระภูษาทรงในงานพระราชพิธีสำคัญนี้ด้วยความงดงามของเส้นไหมที่ถูกถักทอลวดลายร้อยเรียงอย่างประณีตเป็นงานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่ายิ่ง ผ้ายก ถักทอแบบยกตะกอเส้นด้ายขึ้นตามลวดลายที่วางไว้เกิดเป็นลายนูนขึ้นจากผืนผ้า ส่วนใหญ่การทอลวดลายจะใช้ฝ้ายหรือไหมสีเดียวกันตลอดทั้งผืน บางครั้งอาจมีการจกฝ้ายเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความโดดเด่นของลวดลาย หากทอยกด้วยไหมจะเรียก “ยกไหม” หากทอยกด้วยเส้นทองจะเรียก “ยกทอง”

 

สำหรับผ้ายก จังหวัดลำพูน มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นของตนเอง มีรูปแบบลวดลายบอกเล่าความวิจิตรบรรจงผ่านเส้นไหมที่อ่อนช้อยงดงาม โดยมากถักทอเป็นลายดอกไม้ จึงเรียกผ้ายกนี้ว่า “ผ้ายกดอก” ตามลวดลายบนผืนผ้า นิยมทอยกลายดอกพิกุลซึ่งเป็นลวดลายโบราณดั้งเดิมและปัจจุบันก็ยังคงได้รับความนิยมมาก นอกจากนี้ยังมีทอยกลายกลีบลำดวน ลายใบเทศ ลายเม็ดมะยม และลายพุ่มข้าวบิณฑ์

ปัจจุบันจังหวัดลำพูนเป็นศูนย์กลางแห่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมการทอผ้าไหมยกดอกที่ได้รับการถ่ายทอดและสืบทอดมาหลายชั่วอายุคน ขยายแหล่งทอไปหลายแหล่งทั่วจังหวัด ทั้งในอำเภอลี้ และอำเภอทุ่งหัวช้าง 

กลุ่มหัตถกรรมผ้าทอบ้านสันดอนฮอม ตำบลบ้านปวง อำเภอทุ่งหัวช้าง เป็นสถานที่ทอผ้าที่มีชื่อของจังหวัดที่นี่จะมีกลุ่มชาวบ้านทอไหมยกดอกเป็นอาชีพ สืบสานศิลปวัฒนธรรมในการทอผ้ามาเป็นเวลานานการทอผ้าเป็นอีกหนึ่งวิถีชีวิตที่สำคัญของชาวบ้านและถือเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ผ้าไหมยกดอกที่สวยงามแห่งหนึ่งของประเทศ จนได้การรับรองจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่าเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรม ลายผ้ายกดอกของที่นี่ ไม่ใช่มีเพียงแต่ลายดั้งเดิมเท่านั้น กลุ่มชาวบ้านยังได้คิดค้นลวดลายใหม่ๆเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับตลาดคนรุ่นใหม่และเพิ่มโอกาสในการใส่ผ้าไหมยกดอกในงานพระราชพิธีหรืองานแฟชั่นต่างๆ ทั้งนี้กลุ่มหัตถกรรมฯ ยังมีการสาธิตการทอผ้าและมีวิทยากรคอยให้ความรู้เรื่องผ้า นอกจากนี้ยังจำหน่ายผ้าไหมยกดอกแก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวอีกด้วย

สำหรับผ้ายกทอง จังหวัดสุรินทร์ได้รับคัดเลือกเป็นพระภูษาทรงเช่นเดียวกัน ต้นสายแหล่งทอจังหวัดสุรินทร์ หมู่บ้านทอผ้าไหมโบราณบ้านท่าสว่างเป็นแหล่งทอที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันในนามหมู่บ้านทอผ้าเอเปก แต่เดิมชาวบ้านทอผ้าเป็นอาชีพเสริม จนเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากชื่อเสียงของผ้าไหมทอ 1,416 ตะกอไหม ซึ่งเป็นผลงานศิลปหัตถกรรมภายใต้ชื่อ“กลุ่มทอผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา” จุดเด่นของการทอผ้ายกทองจันทร์โสมาคือ การอนุรักษ์และฟื้นฟูผ้ายกทอชั้นสูงแบบราชสำนักไทยโบราณ นำใยไหมเส้นเล็กละเอียดมาย้อมสีธรรมชาติ ผสมผสานเทคนิคการทอสลับซ้อนดิ้นทองแบบราชสำนัก กับเทคนิคการทอผ้าแบบพื้นบ้านจนกลายเป็นผ้าไหมยกทองโบราณที่มีความอ่อนช้อยวิจิตรงดงามทำให้ผ้าไหมยกทองเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น

                           

 

               

ยิ่งไปกว่านั้นกระบวนการทอผ้าที่บ้านท่าสว่างเป็นอีกสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยจำนวนตะกอกว่าพันตะกอ อันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ต้องขุดดินบริเวณที่วางกี่ให้เป็นหลุมลึกลงไป 2-3 เมตร เพื่อรองรับความยาวของตะกอ โดยใช้คนถึง 4-5 คนในการทอและทอได้เพียงวันละไม่กี่เซนติเมตร นับเป็นการถักทอที่เปี่ยมไปด้วยความอดทนและความประณีตบรรจง มุ่งมั่นรังสรรค์ความงดงามลงบนผืนผ้าอย่างน่าอัศจรรย์

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่

- กลุ่มหัตถกรรมชวลิตไหมไทย บ้านสันดอนฮอม ตำบลบ้านปวง อำเภอทุ่งหัวช้าง  โทร. 08 6180 6399 และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลำปาง โทร. 0 5422 2214-5

- กลุ่มทอผ้ายกทองจันทร์โสมา บ้านท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์ โทร. 0 4414 0015 และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ โทร. 0 4451 4447-8

ภาพบทความ

ไม่มีรูปภาพ

ข่าวล่าสุด

ททท. จับมือ ARTXP หนุน MRKREME ศิลปิน Art Toy ระดับ Inter คิกออฟอาร์ตทัวร์  ยกระดับ งาน art สร้างแลนด์มาร์กใหม่ใน 5 ภูมิภาคทั่ว ประเทศ “MRKREME: THE FURRYWAYS” ชวนสัมผัสศิลปะร่วมสมัยผ่านประสบการณ์ Interactive พร้อมไฮไลต์ Live Painting 18–19 เม.ย. นี้
ททท. ร่วมรุกตลาด Luxury MICE ต้อนรับคณะผู้จัด MICE ระดับไฮเอนด์ ด้วยกิจกรรม Amazing Thailand Bangkok Night Luxe ในงาน InVoyage Global 2026 ย้ำชัดไทยคือจุดหมายปลายทางที่มีมาตรฐานระดับสากล หรูหรา และมีเอกลักษณ์
ผู้ว่าฯ ททท. ปลื้มสงกรานต์ไทย 2569 คึกคักทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวชาวไทย-ต่างชาติเข้าร่วมงานท่วมท้น คาดสถานการณ์ท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ สร้างรายได้รวมกว่า 30,350 ล้านบาท