Article Detail Page Background

ททท. จับมือ แอร์เอเชีย จัดแคมเปญ “Amazing New Chapters: Rediscover Thailand Get ready to go to Thailand” รุกดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย หลังผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศ

11 พฤษภาคม 2565
ข่าวองค์กร

วันที่ 11 พฤษภาคม 2565 การท่องเที่ยวเเห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เดินหน้าประกาศความพร้อมประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดึงกลุ่มศักยภาพ Millennials และ Young Couple จากสาธารณรัฐสิงคโปร์ ด้วยมาตรการเข้าประเทศที่สะดวกยิ่งขึ้น ขยายเส้นทางการบิน ตอบโจทย์การท่องเที่ยว พร้อมมุ่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวเหนือระดับ แตกต่างและประทับใจ สอดรับปีท่องเที่ยวไทย 2565 ตามแนวคิดแคมเปญ Amazing Thailand : Amazing New Chapters 

นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า สถานกรณ์การท่องเที่ยวไทยตลาดต่างประเทศ ปี 2565 มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนจากการผ่อนคลายมาตรการในการเดินทางเข้าประเทศ อาทิ การยกเว้นการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR และการยกเลิก รูปแบบ Test & Go และปรับใช้เพียงการลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอัตราการได้รับวัคซีนของประชากรโลก ส่งผลให้นโยบายภาครัฐและการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโควิดของภาคประชาชนในแต่ละประเทศเริ่มมีแนวโน้มคลี่คลายสู่ปกติมากขึ้น อย่างเช่นกลุ่มประเทศในภูมิภาคคเอเชียและแปซิฟิกเริ่มผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มในการเดินทางข้ามพรมแดน เพื่อให้สามารถเดินทางได้โดยสะดวก (ease of travelling) ซึ่งเป็นผลดีต่อการฟื้นฟูและกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคด้วย

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 - 6 พฤษภาคม 2565 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยกว่า  85,000 คน เฉลี่ยวันละกว่า 15,000 คน โดยประเทศที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ ซึ่งจากการประเมินจำนวนและรายได้ตลาดต่างประเทศปี 2565 ตามคาดการณ์การฟื้นตัวของตลาดโลก หากสถานการณ์ท่องเที่ยวฟื้นตัวดี (Best Case Scenario) นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางระหว่างประเทศได้อย่างไม่มีเงื่อนไข ททท. คาดการณ์ว่า จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศที่เดินทางเข้าไทยภายในปีนี้ อยู่ที่ 10 ล้านคน และสร้างรายได้ 625,800 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนของตลาดระยะใกล้จากภูมิภาคอาเซียนประมาณ 1.1 ล้านคน  แปซิฟิกใต้ (ประเทศออสเตรเลีย) ประมาณ 200,000 คน และเอเชียใต้ (อินเดีย) ประมาณ  450,000 คน ภายใต้เงื่อนไขเริ่มเดินทางได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ปัจจัยสนับสนุนของจำนวนเที่ยวบิน (Flight Capacity) และจำนวนที่นั่ง (Seat Capacity) จากตลาดต่างประเทศเข้าไทยจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ โดย ททท. ต้องขอขอบคุณพันธมิตรสายการบินไทยแอร์เอเชียที่ร่วมผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้บริการเส้นทางการบินและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแต่ละจุดหมายปลายทางแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงจะเป็นโอกาสดีในการกระตุ้นความสนใจและช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางการตลาดที่หลายประเทศ
ประกาศนโยบายอนุญาตให้เที่ยวบินพาณิชย์กลับมาให้บริการอีกครั้ง จึงนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวและเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในไตรมาส 3 อันจะส่งผลดีถึงครึ่งปีหลังจากนี้ด้วย” นายธเนศวร์ กล่าวทิ้งท้าย

นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า การร่วมมือกับททท. ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการเจาะกลุ่มตลาดหลักเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่เมืองไทย หลังจากมาตรการเข้าประเทศของไทยผ่อนคลายลง ทำให้การเดินทางเข้าประเทศไทยมีความสะดวกมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่งผลต่อการพิจารณาให้นักท่องเที่ยวต่างชาติตัดสินใจเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยมากยิ่งขึ้น 

ในการนี้ ททท. และ ไทยแอร์เอเชีย ได้ร่วมมือจัดแคมเปญ Rediscover Thailand กับกลุ่มนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐสิงคโปร์ เน้นเจาะตลาดกลุ่มเป้าหมาย Millennials และ Young Couple ที่ชื่นชอบการเดินทางต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความสนใจและมีกระแสตอบรับที่ดี มีอัตราการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยของชาวสิงคโปร์จำนวนมาก 
“นี่ถือเป็นโอกาสที่ดีมาก ที่เราได้จับมือกันมาเคาะประตูบ้านกลุ่มลูกค้าหลักของเรา แอร์เอเชียได้รับการสนับสนุนที่ดีจาก ททท.ตลอดมา จึงต้องขอขอบคุณมากที่ร่วมมือกันทำงาน พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยว การเดินทาง รวมถึงฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง” นายสันติสุข กล่าว 
จากกระแสตอบรับและแนวโน้มความสนใจเดินทางท่องเที่ยวไทยที่มีเพิ่มมากขึ้นนั้น และตอบรับมาตรการของภาครัฐในการกระตุ้นการท่องเที่ยว ไทยแอร์เอเชีย จึงพิจารณาขยายเส้นทางบินในเส้นทางระหว่างประเทศทันที สำหรับเส้นทางจากประเทศไทยสู่สาธารณรัฐสิงคโปร์ ปัจจุบันเปิดให้บริการ 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางสิงคโปร์-กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) 1 เที่ยวบินต่อวัน  และ สิงคโปร์-ภูเก็ต 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันอังคารและวันเสาร์) นอกจากนี้ ยังกำลังพิจารณาเพิ่มเส้นทางบินจากสิงคโปร์สู่จังหวัดเชียงใหม่ อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวต่างชาติ เพื่อขยายเส้นทางที่หลากหลายและเพิ่มทางเลือกในการเดินทางสู่เมืองไทยมากยิ่งขึ้น ขณะที่เส้นทางระหว่างประเทศอื่นๆ ปัจจุบันแอร์เอเชียให้บริการเส้นทางบินสู่ 8 ประเทศ 20 เส้นทางบิน โดยยังเน้นไปที่เส้นทางในกลุ่มประเทศอาเซียน และเอเชียใต้ โดยแอร์เอเชียมีความพร้อมเต็มที่ที่จะให้บริการผู้โดยสารด้วยมาตรการด้านสุขอนามัยและคุณภาพตามหลักสากล  

ทั้งนี้ สำหรับแผนดำเนินงาน ของ ททท. สำนักงานสิงคโปร์ ได้เตรียมส่งเสริมการตลาดลักษณะ Joint Promotion ในรูปแบบวิธีการต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมเสนอขายกับแอร์เอเชีย ในแคมเปญ Rediscover Thailand เส้นทางสิงคโปร์-ดอนเมือง และสิงคโปร์-ภูเก็ต โดยเน้นกลุ่ม Millennials และ Young Couple ซึ่งจะเดินทางจริงระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2565 คาดว่าจะนำเสนอขายได้กว่า 3,000 ที่นั่ง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม  Media Fam Trip เส้นทาง สิงคโปร์ - กทม. (ดอนเมือง) เพื่อประชาสัมพันธ์การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมทั้งสำรวจแหล่งท่องเที่ยวและบริการด้านการท่องเที่ยวมุมมองใหม่ที่น่าสนใจ ระหว่างวันที่ 12-15 พฤษภาคม 2565 เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับวางแผนนำเสนอและส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ตอบโจทย์พฤติกรรมและความสนใจของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ด้วย
 

 

ภาพข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวล่าสุด

ททท. จับมือ ARTXP หนุน MRKREME ศิลปิน Art Toy ระดับ Inter คิกออฟอาร์ตทัวร์  ยกระดับ งาน art สร้างแลนด์มาร์กใหม่ใน 5 ภูมิภาคทั่ว ประเทศ “MRKREME: THE FURRYWAYS” ชวนสัมผัสศิลปะร่วมสมัยผ่านประสบการณ์ Interactive พร้อมไฮไลต์ Live Painting 18–19 เม.ย. นี้
ททท. ร่วมรุกตลาด Luxury MICE ต้อนรับคณะผู้จัด MICE ระดับไฮเอนด์ ด้วยกิจกรรม Amazing Thailand Bangkok Night Luxe ในงาน InVoyage Global 2026 ย้ำชัดไทยคือจุดหมายปลายทางที่มีมาตรฐานระดับสากล หรูหรา และมีเอกลักษณ์
ผู้ว่าฯ ททท. ปลื้มสงกรานต์ไทย 2569 คึกคักทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวชาวไทย-ต่างชาติเข้าร่วมงานท่วมท้น คาดสถานการณ์ท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ สร้างรายได้รวมกว่า 30,350 ล้านบาท

ข่าวที่น่าสนใจ