ประเทศไทยคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางด้านอาหารยอดเยี่ยมจากเวที Wanderlust Reader Travel Awards 2026 ตอกย้ำเสน่ห์อาหารไทยและศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงอาหารที่ครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รับรางวัล Gold Award สาขา Most Desirable Country for Gastronomy ในงาน The 25th Anniversary Wanderlust Reader Travel Awards ณ Maritime Greenwich กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นงานประกาศรางวัลท่องเที่ยวครั้งสำคัญในสหราชอาณาจักร ตอกย้ำศักยภาพและเสน่ห์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่มีวัฒนธรรมทางด้านอาหารที่โดดเด่นและครองใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาอย่างยาวนาน
งานประกาศรางวัล The 25th Anniversary Wanderlust Reader Travel Awards จัดขึ้นโดย Wanderlust ซึ่งเป็นสื่อทางด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักร รวมถึงเป็นสื่อพันธมิตรหลัก (Official Consumer Media Partner) ของการจัดงาน World Travel Market 2026 เพื่อเฟ้นหาจุดหมายปลายทางยอดนิยมและผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจมากที่สุดทั่วโลก โดยมีผู้อ่านร่วมลงคะแนนในครั้งนี้มากกว่า 250,000 คน คิดเป็นคะแนนโหวตรวมกว่า 5.5 ล้านเสียง ใน 23 สาขารางวัล โดยประเทศไทยได้รับรางวัลในสาขา Most Desirable Country for Gastronomy ซึ่งขยับจากอันดับ 8 ในปี 2568 ทะยานสู่อันดับ 1 ครองรางวัล Gold Award ในปี 2569 ด้วยคะแนนโหวตท่วมท้น นอกจากนี้ การจัดงานยังได้รับเกียรติจาก เจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ผู้ก่อตั้ง Travalyst องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเสด็จเข้าร่วมงาน พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ถึงพลังและความรับผิดชอบของการเดินทาง และมอบรางวัลในสาขา Most Desirable Destination for Sustainability อีกด้วย
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกเสียงโหวตที่เลือกประเทศไทยให้ได้รับรางวัลในสาขา Most Desirable Country for Gastronomy ในครั้งนี้ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง สะท้อนถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งและความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรมอาหารของประเทศไทยซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ และทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวอังกฤษและจากทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง โดยความโดดเด่นของประเทศไทยได้นำเสนอผ่านประสบการณ์ทางด้านอาหารที่หลากหลาย ทั้งในด้านวัฒนธรรมอาหารที่มีความแตกต่างในแต่ละภูมิภาคของประเทศที่สะท้อนรากเหง้าของวัฒนธรรมไทยในแต่ละท้องถิ่น รวมถึงรูปแบบในการส่งมอบประสบการณ์ทางด้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็น Street Food ที่ครองใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกทั้งในด้านความขึ้นชื่อเรื่องรสชาติและการเข้าถึงได้ง่าย ไปจนถึงอาหารระดับ Fine Dining เช่น Michelin Stars ซึ่ง ททท. ได้ส่งเสริมและโปรโมทมาอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ The Michelin Guide Thailand โดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสอดคล้องกับแนวคิด Healing is the New Luxury ของ ททท. ซึ่งเชื่อว่า การลิ้มรสอาหารที่ดีสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ให้กับผู้ที่มาเยือน โดยสามารถต่อยอดเป็นกลไกสำคัญในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพได้
สำหรับ 10 ประเทศที่ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลในสาขา Most Desirable Country for Gastronomy ได้แก่ 1. ประเทศไทย 2. อิตาลี 3. ฝรั่งเศส 4. ญี่ปุ่น 5. กรีซ 6. สเปน 7. เกาหลีใต้ 8. มาเลเซีย 9. ตุรกี 10. เวียดนาม โดยประเทศฝรั่งเศสได้รับรางวัลระดับ Bronze ประเทศอิตาลี ได้รับรางวัลระดับ Silver ขณะที่ประเทศไทยได้รับรางวัล Gold Award การได้รับรางวัลในครั้งนี้จะช่วยตอกย้ำชื่อเสียงของประเทศไทยในด้านวัฒนธรรมอาหาร ซึ่งเป็น Soft Power สำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้นักเดินทางทั่วโลกอยากมาสัมผัสประเทศไทย ทั้งเสน่ห์ของรสชาติ ภูมิปัญญาการปรุง วัตถุดิบท้องถิ่น และวัฒนธรรมการกินที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น สอดรับกับ Must Taste หนึ่งใน 5 Must-Do in Thailand และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารที่กระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการไทย เพิ่มแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสประสบการณ์ทางด้านอาหารที่หลากหลายในประเทศไทยเพิ่มมากยิ่งขึ้น ขณะที่สื่อ Wanderlust ยังมีแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบาย Value over Volume ของ ททท. โดยรณรงค์ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกหันมาตระหนักและให้ความสำคัญกับคุณค่าของประสบการณ์มากกว่าปริมาณจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนและส่งผลกระทบเชิงบวกต่อระบบนิเวศทางการท่องเที่ยวในภาพรวม
ททท. ยังคงเดินหน้าเต็มกำลังในการรักษาและขยายฐานตลาดสหราชอาณาจักรซึ่งนับเป็นพื้นที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย พร้อมแสวงหาโอกาสและจับมือพันธมิตรรายใหม่ในการผลักดันให้เกิดการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดร่วมกับสายการบินเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ Airline Focus อย่างเข้มข้น ส่งผลให้เกิดการขยายเส้นทางการบินสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ประเทศไทยได้ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน Virgin Atlantic เส้นทางลอนดอน–ภูเก็ต เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และการเตรียมเปิดเที่ยวบินใหม่ของ Norse Atlantic เส้นทางลอนดอน-ภูเก็ต และเส้นทางแมนเชสเตอร์-กรุงเทพฯ ในเดือนธันวาคม 2569 นี้ ที่จะช่วยเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากสหราชอาณาจักรและภูมิภาคยุโรปสู่ประเทศไทยเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–3 พฤศจิกายน 2569 มีนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วจำนวน 818,380 คน โดยมีวันพักเฉลี่ยประมาณ 14.18 วัน และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 68,720 บาทต่อคนต่อทริป ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 1,041,987 คน และสร้างรายได้กว่า 71,605 ล้านบาท
ภาพข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวล่าสุด