ททท. รุกตลาดนอร์เวย์ จัดกิจกรรม “Thailand Beyond the Familiar” อัปเดตสินค้าใหม่ ดันเมืองน่าเที่ยว–Wellness เปลี่ยนความสนใจสู่ยอดจองเที่ยวไทยตลอดทั้งปี
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ททท. รุกตลาดนอร์เวย์ จัดกิจกรรม Thailand Networking Trade & Media ณ โรงแรม Sommerro กรุงออสโล ราชอาณาจักรนอร์เวย์ เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสื่อท้องถิ่น 50 ราย ผ่านการอัปเดตสถานการณ์และนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรในตลาดนอร์เวย์ มุ่งเปลี่ยนความสนใจเดินทางสู่ประเทศไทยให้เป็นยอดขายจริง โดยมีนางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท. มอบนโยบายและทิศทางการส่งเสริมตลาดระยะไกล และนางพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสตอกโฮล์ม นำเสนอข้อมูลสินค้าท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดเป้าหมาย พร้อมกันนี้ ได้รับเกียรติจากนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว และกรรมการบริหาร ททท. พลเอกสุภมนัส ภารพบ อนุกรรมการกำหนดเกณฑ์และประเมินผลงาน ผทท. เข้าร่วมงานฯ
นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท. กล่าวว่า ททท. เดินหน้าขยายฐานตลาดคุณภาพระยะไกล ททท. ได้จัดกิจกรรม Thailand Networking Trade & Media เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ณ โรงแรม Sommerro กรุงออสโล ราชอาณาจักรนอร์เวย์ เพื่อสร้างเครือข่ายและกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้ง Tour Operators, Travel Agents, Online Travel Agencies, Airlines และสื่อพันธมิตร รวม 50 ราย พร้อมนำเสนอข้อมูลสถานการณ์และสินค้าใหม่ของไทย ทิศทางการส่งเสริม Health & Wellness Tourism ตลอดจนจุดหมายปลายทางเมืองน่าเที่ยว (Less-Known Destinations) เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดปี 2027
โอกาสเดียวกันนี้ ททท. ได้เชิญสื่อพันธมิตร (Travel Influencer /KOL) ที่มีชื่อเสียง จำนวน 2 ราย ได้แก่ Merete Moen จากนอร์เวย์ และ Towe Ahlin จากสวีเดน ที่มีประสบการณ์ท่องเที่ยวไทย มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวและความประทับใจจากประเทศไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน พร้อมปิดท้ายด้วยมื้ออาหารไทยฝีมือ เชฟ Terje Ommundsen ผู้หลงใหลในอาหารไทย สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานและสะท้อนเสน่ห์ของประเทศไทยผ่านประสบการณ์ด้านอาหารอีกด้วย
ตลาดนอร์เวย์ยังมีความต้องการเดินทางระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เวลาเปรียบเทียบทางเลือกและตัดสินใจนานขึ้น รวมถึงมีแนวโน้มจองการเดินทางใกล้วันเดินทางมากขึ้น ดังนั้น ความท้าทายสำคัญคือการเปลี่ยนความสนใจที่มีต่อประเทศไทยให้เป็นการจองจริง โดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสายการบิน บริษัทนำเที่ยว ตัวแทนท่องเที่ยว และพันธมิตรในตลาด จะมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอสินค้าและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว
ตลาดระยะไกลยังเป็นกำลังสำคัญของการท่องเที่ยวไทย โดยในปี 2568 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล 10.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6 สร้างรายได้ 685,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.6 อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 การเติบโตเริ่มชะลอตัว โดยช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม มีนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล 6.88 ล้านคน ลดลงร้อยละ 1.44 ขณะที่ตลาดยุโรปยังทรงตัว ลดลงเพียงร้อยละ 0.26 ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ ตลาดสแกนดิเนเวียยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีความภักดีต่อประเทศไทยสูง สำหรับตลาดนอร์เวย์ถือเป็นตลาดคุณภาพที่มีศักยภาพ โดยในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยกว่า 123,000 คน พำนักเฉลี่ย 19 วันต่อทริป สร้างรายได้กว่า 8,835 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 71,985 บาทต่อคนต่อทริป สูงเป็นอันดับ 4 ของตลาดระยะไกลในภูมิภาคยุโรป
การเพิ่มเที่ยวบินและการเชื่อมต่อทางอากาศจากนอร์เวย์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายตลาดในอนาคต โดยปัจจุบันมีเที่ยวบินตรง Oslo–Bangkok ของการบินไทยให้บริการทุกวัน รวมถึงเที่ยวบินตามฤดูกาลของ Norse Atlantic Airways สู่กรุงเทพฯ และภูเก็ต และเส้นทางเพิ่มเติมจากประเทศนอร์ดิกอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเดินทางมายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
นางพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสตอกโฮล์ม ซึ่งรับผิดชอบตลาดนอร์ดิกและบอลติก ได้นำเสนอต่อในหัวข้อ “Thailand Beyond the Familiar” มุ่งต่อยอดภาพจำประเทศไทยที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย สู่การค้นพบจุดหมายและประสบการณ์ใหม่ที่สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี โดยในปี 2027 เน้น 2 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การนำเสนอจุดหมายปลายทางที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก และการยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและเวลเนส อาทิ RXV Wellness Village สวนสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่ผสานบริการทางการแพทย์ กายภาพบำบัด เวชศาสตร์การกีฬา และการดูแลสุขภาพทั้งแบบดั้งเดิมและทางเลือก ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นโปรแกรมเวลเนสเสริมในแพ็กเกจท่องเที่ยวเดิมได้ ขณะที่ นครศรีธรรมราช นำเสนอเสน่ห์ผ่านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตท้องถิ่น และชายฝั่งที่เงียบสงบ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการเดินทางระยะยาว พร้อมกันนี้ ยังชวนภาคธุรกิจนำ ชุมชน อาหาร และวัฒนธรรม มาสร้างสรรค์เป็นประสบการณ์ใหม่ อาทิ การล่องเรือชมป่าชายเลน การเที่ยวชมเมืองเก่าภูเก็ตและสัมผัสอาหารท้องถิ่น รวมถึงเปิดมุมมองใหม่ของ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านการเดินทางที่เนิบช้า ตลาดท้องถิ่น อาหาร และวิถีชีวิตริมแม่น้ำ ตลอดจนใช้ เทศกาลและประเพณีท้องถิ่น ในช่วงเวลาต่าง ๆ ของปี เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบสินค้าและสร้างเหตุผลใหม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนไทยได้ตลอดทั้งปี
ทั้งนี้ ททท. มุ่งใช้ความร่วมมือกับพันธมิตรในตลาดนอร์เวย์เป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดศักยภาพตลาดระยะไกล จากการสร้างการรับรู้สู่การเดินทางจริง พร้อมยกระดับสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยให้มีความหลากหลาย ควบคู่กับการเปิดประสบการณ์ด้าน Wellness ผ่านการนำเสนอสินค้าและการบริการใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ และสร้าง Value Tourism ที่ส่งต่อคุณค่าทั้งในมิติของนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และชุมชน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน พร้อมวางรากฐานการขยายตลาดนอร์เวย์และกลุ่มนอร์ดิกในปี 2027 และระยะต่อไป
ภาพข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวล่าสุด