Article Detail Page Background

ททท. ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน Riyadh Air เปิดน่านฟ้าบินตรง “ริยาด-กรุงเทพฯ” เสริม Connectivity ปลดล็อกศักยภาพตลาดตะวันออกกลางสู่ไทย

03 กันยายน 2569
ข่าวเศรษฐกิจ

เช้านี้ (3 กันยายน 2569) นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เส้นทางริยาด-กรุงเทพฯ ของสายการบิน Riyadh Air ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นำทีมโดย Mr. Tony Douglas ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบิน Riyadh Air โดยได้รับเกียรติจาก นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา H.E. Mr. Abdulrahman Abdulaziz Alsuhaibani เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย และนายกิตติพงษ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การต้อนรับ สะท้อนถึงความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบียด้านการท่องเที่ยวและการคมนาคม และนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง เชื่อมโยงผู้คนและเศรษฐกิจ ตลอดจนสนับสนุนการขยายโอกาสด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนระหว่างสองประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท. กล่าวว่า นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และมีศักยภาพด้านการใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ซึ่งเป็นฤดูร้อนของภูมิภาคตะวันออกกลางและเป็นช่วงไฮซีซั่นของการเดินทางออกต่างประเทศ นักท่องเที่ยวจึงมองหาจุดหมายปลายทางที่มีสภาพอากาศเหมาะสม ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และมีบริการด้านสุขภาพและการพักผ่อนที่ได้มาตรฐาน ประเทศไทยจึงมีความได้เปรียบจากจุดแข็งที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างรอบด้าน การเปิดเส้นทางบินตรง “ริยาด-กรุงเทพฯ” ของสายการบิน Riyadh Air ครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการเติมเต็ม Supply ด้านการบินให้สอดรับกับ Demand ของตลาดศักยภาพ และเปิดโอกาสให้ ททท. เดินหน้าขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพจากซาอุดีอาระเบียและตลาดตะวันออกกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

สำหรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางบิน ริยาด-กรุงเทพฯ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิด กรุงริยาด ในวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 22.15 น. ใช้เวลาบินประมาณ 7 ชั่วโมง 20 นาที และเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 10.35 น. เส้นทางดังกล่าวนับเป็น เส้นทางบินลำดับที่ 14 ของ Riyadh Air ให้บริการด้วยเครื่องบิน Boeing 787-9 Dreamliner ในระยะแรกสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงริยาดทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ และออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ ก่อนมีแผนเพิ่มความถี่เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในเดือนตุลาคม 2569 ด้วยศักยภาพการรองรับผู้โดยสาร 230 ที่นั่งต่อเที่ยวบิน เส้นทางบินใหม่นี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 3,840 ที่นั่งต่อเดือน ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกการเดินทางในเข้าถึงประเทศไทยโดยตรงมากขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องผ่าน Doha, Dubai หรือ Abu Dhabi และขยายโอกาสทางการตลาดในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดตะวันออกกลางสู่ประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้าน Air Connectivity ระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบียในระยะยาว

ตลาดซาอุดีอาระเบียนับเป็นหนึ่งในตลาดศักยภาพของภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้วยพฤติกรรมการเดินทางที่มีระยะพำนักค่อนข้างยาวและมีการใช้จ่ายต่อทริปในระดับสูง โดยนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ มีระยะพำนักเฉลี่ยประมาณ 10-12 วัน และใช้จ่ายเฉลี่ยราว 110,000 บาทต่อคนต่อทริป สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับภาคการท่องเที่ยวไทย โดยให้ความสนใจกับการชอปปิ้ง ท่องเที่ยวทะเลและชายหาด ธรรมชาติ อาหาร รวมถึง Medical & Wellness Tourism ขณะที่เริ่มมีแนวโน้มกระจายการเดินทางจากเมืองหลักอย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา ไปสู่ กระบี่ พังงา เกาะสมุย และเชียงใหม่ มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียเดินทางเข้าประเทศสะสม 121,907 คน ลดลงร้อยละ 14.62 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 142,774 คน ท่ามกลางปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลให้ตลาดชะลอตัว อย่างไรก็ดี ในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับดีมานด์การจองการเดินทางล่วงหน้าที่อยู่ในระดับดี สะท้อนถึงโอกาสในการเร่งกระตุ้นตลาดและสร้างแรงส่งการเดินทางมายังประเทศไทย จึงเป็นโอกาสสำคัญในการกระตุ้นตลาดผ่านการเพิ่ม Air Connectivity ขยายเส้นทางและจำนวนเที่ยวบินระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย ตลอดจนใช้ซาอุดีอาระเบียเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเชื่อมต่อการเดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบียแล้ว ยังเอื้อประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวจากยุโรปและอเมริกาที่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวเชื่อมต่อมายังประเทศไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ Muslim-Friendly Tourism เช่น อาหารฮาลาลและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม รวมถึงการทำตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลและ OTA ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการวางแผนและจองการเดินทางของตลาดนี้ ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียที่อยู่ในระดับดี ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่เอื้อต่อการทำตลาดและการสร้างความร่วมมือกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของซาอุดีอาระเบีย ดังนั้น การเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ประเทศไทยของ Riyadh Air จะสามารถช่วยให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่ม Family, Luxury, Wellness และ Medical ในตลาดซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็น High Value Market ได้มากขึ้น ทั้งนี้ ททท. ตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลางจำนวน 850,000 คน ภายในปี 2569

ทั้งนี้ เย็นวันที่ 3 กันยายน 2569 สายการบินฯ ยังได้จัดกิจกรรม TAT x Riyadh Air - A New Era of Travel Gala Dinner 2026 เพื่อเฉลิมฉลองและต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย โดยได้รับเกียรติจาก His Excellency Mr. Abdulrahman Abdulaziz Alsuhaibani เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย Mr. Tony Douglas ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) สายการบิน Riyadh Air และนางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท. ร่วมให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก อย่างอบอุ่น

ภาพข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ