ททท. โชว์ศักยภาพ The New Thailand บนเวที ITB Berlin 2026 ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ชูภาพลักษณ์ใหม่เมืองน่าเที่ยวและการท่องเที่ยวยั่งยืน มุ่งมัดใจตลาดนักท่องเที่ยวยุโรป
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลุยตลาดยุโรปเข้มข้น แท็กทีมผู้ประกอบการไทย 165 ราย ร่วมงาน Internationale Tourismus Borse (ITB Berlin 2026) วันที่ 3-5 มีนาคม 2569 ณ Berlin ExpoCenter City กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ถ่ายทอดศักยภาพ “The New Thailand” สู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก เสนอภาพลักษณ์ใหม่เที่ยวไทยผ่านแนวคิด “Unforgettable Experience: Healing is the New Luxury” ชูไฮไลต์เมืองน่าเที่ยว เส้นทางท่องเที่ยวยั่งยืน และผลิตภัณฑ์รักษ์โลก อีกทั้งได้รับพระกรุณาธิคุณจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จร่วมงาน และสาธิตเมนูไทยโบราณ ถ่ายทอดเสน่ห์วิถีไทยสู่สายตานานาชาติอย่างงดงาม
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า การเข้าร่วมงาน Internationale Tourismus Borse (ITB Berlin 2026) มหกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของโลก ในปีนี้ ททท. นำทัพผู้ประกอบการไทย 165 ราย โดยในจำนวนดังกล่าวมีถึง 89 ราย ที่ผ่านการรับรองและได้รับรางวัลด้านความยั่งยืน ทั้ง Thailand Tourism Awards, โครงการ STGs STAR, Green Hotels และ CF Hotels ร่วมนำเสนอขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทย และพบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการนำเที่ยวจากทั่วโลกที่มาร่วมงาน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ภายใต้แนวคิด “The New Thailand” พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรอื่น ๆ ประชาสัมพันธ์และนำเสนอขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวภายในพื้นที่คูหาประเทศไทย ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว, การกีฬาแห่งประเทศไทย, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน), บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด, องค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาคมและสภาการท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่ง ททท. คาดการณ์จะสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 5,568 ล้านบาท
สำหรับคูหาประเทศไทยภายใน Hall 26B ถ่ายทอดภาพลักษณ์ใหม่ด้วยคอนเซปต์ “Unforgettable Experience: Healing is the New Luxury” สะท้อนเสน่ห์ความเป็นไทยในมุมมองร่วมสมัย และเชิญชวนนักเดินทางค้นหานิยามใหม่ของ “ความหรูหรา” พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการเยียวยาที่แท้จริง ควบคู่กับการนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ชูเมืองน่าเที่ยวหรือ Hidden Gems ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและตอบโจทย์ตลาดยุโรป โดยคัดสรรจังหวัดศักยภาพจากทุกภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ - จังหวัดสุโขทัยและน่าน, ภาคกลาง - จังหวัดสุพรรณบุรีและราชบุรี, และภาคใต้ -จังหวัดสตูลและตรัง พร้อมกันนี้ ยังสื่อสารแนวคิด “Sustainable Thailand” ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อาทิ โครงการ Krabi: Travel With Care จำนวน 10 เส้นทาง และเส้นทางท่องเที่ยว Low Carbon อีก 20 เส้นทาง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์มาตรฐานความยั่งยืนของ ททท. (TAT-Certified) ได้แก่ โครงการ STGs STAR, Thailand Tourism Awards และ CF Hotels เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวคุณภาพ อีกหนึ่งไฮไลต์คือ “Saneh Thai Café” เสนอการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผ่านอาหารเพื่อสุขภาพ เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค ผ่านแนวคิด Wellness on a Plate จำนวน 10 เส้นทาง และ Worth-Life Balance อีก 10 เส้นทาง รวมถึงการจัดแสดงผลิตภัณฑ์รักษ์โลก อาทิ ศิลปะไม้หลงทะเล, สร้อยลูกปัดจากฝาขวดพลาสติกอาร์ตทอยรีไซเคิลจากขยะทะเล และรองเท้าจากขยะทะเล ตลอดจนกิจกรรม D.I.Y. ของที่ระลึกจากทะเล เช่น พวงกุญแจ, สายคล้องโทรศัพท์, และสร้อยข้อมือ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยที่สร้างสรรค์ รับผิดชอบ และยั่งยืนอย่างแท้จริง
ในโอกาสนี้ ททท. ยังได้รับพระกรุณาธิคุณจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีเสด็จเข้าร่วมงาน เพื่อเยี่ยมชมคูหาประเทศไทยและพระราชทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน พร้อมกันนี้ ยังทรงสาธิตการทำอาหารไทย “ส้มตำถาด” อาหารพื้นถิ่นที่สืบทอดจากวิถีชีวิตชาวอีสาน และเมื่อวัฒนธรรมดังกล่าวแพร่หลายออกสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ จึงกลายเป็นหนึ่งในภาพแทนความเรียบง่าย และเปี่ยมชีวิตชีวาของอาหารไทยที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางจนถึงปัจจุบัน
ตลาดนักท่องเที่ยวเยอรมนีถือเป็นหนึ่งในตลาดระยะไกลที่มีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวไทย โดยนักท่องเที่ยวเยอรมันที่เดินทางเข้าประเทศไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นในปี 2568 โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 965,898 คน ขยายตัวร้อยละ 10.60 เมื่อเทียบกับปี 2567 และปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-2 มีนาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวจากเยอรมนีเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว จำนวน 242,558 ราย และคาดว่าตลอดทั้งปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวเยอรมนีเดินทางเข้าไทยจะสามารถพิชิต 1 ล้านคน (One Million Market) และมีโอกาสเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวตลาดนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเดินทางครั้งแรก (First Visit) ถึงร้อยละ 57.13 โดยนิยมเดินทางด้วยตนเอง ทั้งแบบเดี่ยว กับเพื่อน หรือคู่รัก ในจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่าง กรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่และเชียงใหม่ โดยจะเดินทางมากที่สุดในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม และพฤศจิกายน-ธันวาคม ซึ่งสอดคล้องกับฤดูหนาวและฤดูร้อนของเยอรมนี พร้อมพักผ่อนยาวเฉลี่ยถึง 15.58 คืนต่อทริป
สิ่งที่น่าสนใจของตลาดนี้คือ ความชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบ Beach Holiday และ Family Holiday และสนใจการท่องเที่ยว Health and Wellness ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ Slow Travel อีกทั้งยังเปิดรับนวัตกรรมท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง ขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหัวใจหลักของการตัดสินใจเดินทาง
ปี 2569 ททท. จึงวางแผนรุกตลาดนี้ผ่านการนำเสนอ Product Highlight ในกลุ่ม Sea–Sand–Sun, Leisure & Sports, Wellness และ Nature & Outdoor ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน พร้อมพัฒนากิจกรรมที่สนับสนุน Experience-based Tourism เพื่อสร้างคุณค่าและความหมายให้กับทุกการเดินทาง ตลอดจนผลักดันเมืองน่าเที่ยวให้ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายใหม่ที่ตอบโจทย์นักเดินทางคุณภาพจากเยอรมนีได้อย่างครบมิติและยั่งยืน
ภาพข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวล่าสุด