Article Detail Page Background

จังหวัดนครพนม ขอเชิญร่วมงานบุญออกพรรษา งานประเพณีไหลเรือไฟและกาชาด จังหวัดนครพนม

16 ตุลาคม 2556
ข่าวเทศกาล

จังหวัดนครพนม ร่วมกับเทศบาลเมืองนครพนม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนมและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีกำหนดจัด”งานประเพณีไหลเรือไฟและกาชาด จังหวัดนครพนม” ในระหว่างวันที่ 12 – 20  ตุลาคม 2556 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม ลานตะวันเบิกฟ้า และแนวเขื่อนริมโขงถ.สุนทรวิจิตร อ.เมือง จ.นครพนม โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธีเปิด “งานมหกรรมไหลเรือไฟและพาข้าวแลง” ในวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2556 เวลา 18.00 น. ณ ลานพนมนาคา อ.เมือง จ.นครพนม ในการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟของชาวจังหวัดนครพนมนั้น เพื่อมุ่งปรารถนาที่จะถวายปัจจัยเป็นพุทธบูชา และอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัด

นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้กล่าวว่า “ไหลเรือไฟ” เป็นพิธีกรรมที่พุทธศาสนิกชนชาวอีสานยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณ บางทีเรียกว่า“ล่องเรือไฟ” หรือ “ปล่อยเรือไฟ” ซึ่งเป็นลักษณะที่เรือไฟเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ เรือไฟหรือเฮือไฟ หมายถึง เรือที่ทำด้วยท่อนกล้วย ไม่ไผ่ หรือวัสดุที่ลอยน้ำมีโครงสร้างเป็นรูปร่างต่างๆ ตามต้องการ เมื่อจุดไฟใส่โครงสร้างเปลวไฟจะลุกเป็นรูปร่างตามโครงสร้างนั้นๆ จังหวัดที่เคยทำพิธีกรรมการไหลเรือไฟอย่างเป็นทางการได้แก่ จังหวัดสกลนคร นครพนม หนองคาย เลย มหาสารคามและอุบลราชธานี

ประเพณีไหลเรือไฟมีความเชื่อเกี่ยวโยงสัมพันธ์กับข้อมูลความเป็นมาหลายประการ เป็นต้นว่า เนื่องจากการบูชารอยพระพุทธบาท การบวงสรวงพระธาตุจุฬามณี การระลึกถึงพระคุณของพระแม่คงคา เป็นต้น นอกจากความเชื่อดังกล่าวแล้วอาจชี้ให้เห็นถึงภูมิปัญญาในเชิงสร้างสรรค์ทางด้านเกษตรกรรมอีกด้วย เชื่อว่าการไหลเรือไฟจะทำให้ฝนตกในปีต่อไปดี เพราะการไหลเรือไฟเป็นการปล่อยไฟลงแม่น้ำทำให้พญานาคที่อยู่ในน้ำได้รับความร้อนแล้วหอบน้ำหนีขึ้นไปอยู่บนฟ้า ซึ่งหากเป็นไปตามความเชื่อนี้การไหลเรือไฟอาจนับเป็นหนึ่งในกลุ่มประเพณีเพื่อการไล่น้ำ และครั้นพอถึงเดือนหก (ไทย) น้ำในโลกมนุษย์จะแห้ง ผู้คนเดือดร้อนจึงพากันจุดบั้งไฟขอฝน พอมนุษย์จุดบั้งไฟขึ้นไป พญาแถนจะสั่งให้พญานาคนำน้ำที่หอบขึ้นมาไปคืนโลกมนุษย์โดยตกลงมาเป็นฝน

ประเพณีการไหลเรือไฟโบราณ มักนิยมทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ในช่วงเช้าจะมีการทำบุญตักบาตร ถวายเพล พลบค่ำชาวบ้านจะนำของกิน เสื้อผ้า เครื่องใช้ขนม ข้าวต้มมัด กล้วย อ้อย หมากพลู บุหรี่ ใส่ลงในกระจาดบรรจุไว้ในเรือไฟ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ว่า ชาวบ้านที่อยู่ท้ายน้ำ หากพบเรือไฟลอยมาติดสามารถเก็บเอาข้าวของที่ติดมากับเรือไปใช้ได้

ในสมัยก่อน นิยมจัดทำกันในหมู่บ้านและหลายๆ หมู่บ้านที่รวมกันจัดทำเรียกว่า “คุ้ม” โดยมักใช้ชื่อวัดที่อยู่ใกล้หมู่บ้านในการตั้งชื่อคุ้ม เช่น “คุ้มวัดพระธาตุ” “คุ้มวัดป่าเหนือ” “คุ้มวัดโพธิ์งาม” เป็นต้น โดยในช่วงเทศกาลทำบุญออกพรรษา ชาวบ้านคุ้มวัดต่างๆ จะรวมใจกันทำเรือไฟ (เฮือไฟ) โดยการนำเอาต้นกล้วยหรือไม้ไผ่มาทำเป็นทุ่น ก่อโครงทำแผ่นตั้งบนทุ่นด้วยไม้ไผ่ขนาดเล็กและลวดตัดเป็นลายตามที่ต้องการแล้วใช้ผ้าเก่าๆ ขาดๆ มาฉีกเป็นริ้วๆ ชุบน้ำมันยางหรือน้ำมันโซลาใช้เป็นส่วนจุดไฟ ทั้งนี้ในสมัยก่อนการออกแบบมักเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ

ในปัจจุบันนั้น จะมีลักษณะที่เป็นงานประเพณีเอิกเกริก และเน้นไปที่การประดับตกแต่งเรือเพื่อความสวยงาม จังหวัดนครพนม ขอเชิญร่วมงานประเพณีไหลเรือไฟ ในวันที่ 12-20 ตุลาคม 2556  ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดและแนวเขื่อนริมโขง กิจกรรมที่สำคัญในงาน ได้แก่ พิธีรำบูชาองค์พระธาตุพนมของ 7 ชนเผ่าพื้นเมืองชาวนครพนมที่สวยสดงดงาม ในช่วงเช้าวันที่ 19 ต.ค. 2556เวลา 08.00 น. ณ บริเวณหน้าลานวัดพระธาตุพนมวรวิหาร เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป ร่วมพิธีขอขมาพระแม่คงคาและลอยเคราะห์ไปพร้อมกับเรือไฟโบราณ ณ ลานตะวันเบิกฟ้า และชมขบวนเรือไฟที่ยิ่งใหญ่งดงามตระการตาเหนือลำน้ำโขง เพื่อบูชาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมทั้งร่วมงานข้าวพาแลง ณ บริเวณหน้าตลาดอินโดจีน นอกจากนั้นยังมี การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ พิธีอันเชิญไฟพระฤกษ์ การประกวดขบวนแห่ การประกวดปราสาทผึ้ง กิจกรรมรำวงย้อนยุค พิธีทำบุญตักบาตรเทโว เที่ยวงานการกุศลสมทบทุนให้กาชาด การออกรางวัลสลากกาชาด การแสดงศิลปวัฒนธรรม พร้อมชมมหรสพภาพยนตร์และดนตรีสนุกสนานตลอดงาน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจังหวัดนครพนม  โทร 042 511 515 เทศบาลเมืองนครพนม  โทร 042516159วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม โทร 042516050 หรือติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงานนครพนมเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น.โทร042 513 490-1 E-mail:tatphnom@tat.or.th

ภาพข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวล่าสุด

ททท. เปิดตัวแคมเปญระดับโลก “Healing Journey Thailand” ร่วมกับ Henry Moodie ศิลปินนักร้องและนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร  ถ่ายทอดเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยผ่าน Celebrity Marketing ตอกย้ำแนวคิดการท่องเที่ยว “Healing is the New Luxury”
  ททท. เดินเกมรุกตลาดจีนจัดงาน Amazing Thailand Mega Trade Meet in China 2026 นำทัพผู้ประกอบการไทยกว่า 120 ราย เจรจาธุรกิจ พร้อมเปิดตัวแคมเปญ Amazing Thailand, The Journey Your Heart Leads ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางเชิงคุณภาพ

ข่าวที่น่าสนใจ