ททท. สำนักงานนครพนม ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ "เที่ยววันธรรมดา มหัศจรรย์ดาวบนดิน" 23-25 ธันวาคม 2557 นี้ พร้อมแลกรับพวงกุญแจน้องสุขใจ ในเเคมเปญ "วันธรรมดาน่าเที่ยว"
วันที่ประกาศข่าว : 19 ธ.ค. 2557


มหัศจรรย์ดาวบนดินงานประเพณีแห่ดาว เทศกาลคริสต์มาส จังหวัดสกลนคร “เห็นดาวทองส่องสีรุจีแจ้ง บอกเหตุสำแดงถึงพระบุตรา ว่าพระองค์ทรงธรรมอันล้ำเลิศ ลงมาบังเกิด ณ พื้นพสุธา..” แว่วเสียงเพลงสวดในคืนเทศกาลคริสต์มาสของเหล่าคริสตัง (Cristãoหรือ Christian) แห่งอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง บ้านท่าแร่ จ.สกลนคร ชุมชนชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

แสงจากดวงไฟหลากสีทั้งน้อยใหญ่ที่มาแต่งแต้มให้ประเพณีหนึ่งเดียวในประเทศไทยอย่าง “งานประเพณีแห่ดาว เทศกาลคริสต์มาส จังหวัดสกลนคร” ให้กลายเป็นค่ำคืนแห่งสีสัน อีกหนึ่งเทศกาลที่จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวของปีและเป็นเทศกาลเฉพาะของผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกเท่านั้น ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสของทุกปี เกือบทั้งพื้นที่ของชุมชนจะเต็มไปด้วยดาวประดิษฐ์รูปแบบต่าง ๆ ฝีมือของผู้เฒ่าผู้แก่บ้านท่าแร่ที่จะนำไม้ไผ่มาเหลา ก่อนจะผูกมัดทับไขว้กันเป็นโครงไม้รูปดาวแล้วติดกระดาษแก้วหลากสีนำมาประดับวัด บ้านเรือน รวมไปถึงขบวนรถแห่ดาวซึ่งถือเป็นไฮไลท์ เพื่อสืบสานความเชื่อความศรัทธาอย่างมีสีสันตามแบบวิถีชุมชนชาวอีสาน การแห่ดาวเริ่มจัดครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ.1982 (พ.ศ. 2525) เพื่อเฉลิมฉลองการบังเกิดมาของพระเยซูเจ้า ตามตำนานที่เล่าว่า ในช่วงเวลาที่พระเยซูประสูตินั้น โหราจารย์ได้มองเห็นดาวลักษณะพิเศษดวงหนึ่งที่มีความสุกสว่างกว่าดาวทั่วไปปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเป็นที่น่าอัศจรรย์ จึงออกเดินทางตามแสงแห่งดวงดาว จนไปพบกับสถานที่ประสูติของพระเยซูเจ้าที่เมืองเบธเลเฮม ประเทศปาเลสไตน์ นับแต่นั้นมาชาวคริสต์จึงถือว่า “ดาว” คือสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซูเจ้า หรือที่ทั่วโลกรู้จักกันในนาม “Star of Bethlehem” แต่ก็ไม่มีชาติใดมีพิธีแห่ดาวเช่นที่จังหวัดสกลนครนี้ซึ่งจัดสืบเนื่องกันมายาวนานกว่า 30 ปี เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์นั้น

หมู่บ้านท่าแร่เป็นชุมชนคาทอลิคเก่าแก่อายุกว่าร้อยปี และถือว่าเป็นชุมชนชาวคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชาวบ้านแทบทุกหลังคาเรือนนับถือศาสนาคริสต์ เล่ากันว่า ในอดีตชาวท่าแร่เป็นคริสตศาสนิกชน อพยพมาจากเวียดนาม ที่ได้รับการปลดปล่อยจากการเกณฑ์แรงงานทาสและมีผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผี ปอบ จำนวน 40 คน มาอาศัยอยู่ในตัวเมืองสกลนคร โดยมีบาทหลวงเกโกมิชชันนารีชาวฝรั่งเศสคอยดูแล เมื่อจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น ทั้งมีปัญหากับเจ้าหน้าที่รัฐบางคน บาทหลวงเกโกจึงหาทำเลที่ตั้งหมู่บ้านใหม่ โดยจัดทำแพขนาดใหญ่ทำด้วยเรือเล็ก นำไม้ไผ่ผูกติดกัน ใช้ผ้าห่มและผืนผ้าขึงแทนใบ บรรทุกทั้งคนทั้งสัมภาระให้สายลมพัดพาไปในทิศที่พระเป็นเจ้าทรงประสงค์ ในที่สุดพวกเขาสามารถข้ามไปอีกฟากหนึ่งของหนองหานได้อย่างปลอดภัย ณ บริเวณที่เต็มไปด้วยป่าไม้ มีหินลูกรังอยู่ทั่วไป ซึ่งคนพื้นเมืองเรียก“หินแฮ่” จนต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อบ้านท่าแฮ่ หรือท่าแร่ในปัจจุบัน  นอกเหนือจากการชมดาวที่ประดับทั่วท่าแร่แล้ว ภายใน ต.ท่าแร่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้เที่ยวชมอย่างทิวทัศน์ของ “หนองหาน” (หนองหาร) ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่อันขึ้นชื่อของสกลนครที่มีอาณาเขตครอบคลุมมาถึง โดยเฉพาะช่วงเวลาอาทิตย์อัศดงก่อนจะลาลับขอบฟ้า รวมถึงความอลังการของ “โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล” โบสถ์ที่ใช้เป็นจุดสิ้นสุดของการแห่ดาว ซึ่งมีความสำคัญกับชาวท่าแร่ เพราะโบสถ์ขนาดใหญ่สีขาวรูปทรงคล้ายเรือนั้นสร้างไว้เพื่อระลึกถึงการอพยพมาตั้งถิ่นฐานของคริสตชนในหมู่บ้านนี้ ไม่เพียงเท่านั้นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสผสมเวียดนามอายุร่วม 100 ปีอันโดดเด่นของชาวท่าแร่กับผังเมืองรูปสี่เหลี่ยมตารางหมากรุกคล้ายกับบ้านเมืองในแถบประเทศตะวันตก ยังเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้ ยังคงความคลาสสิกงดงามเรียงรายสองข้างทางในถนนสายหลักของหมู่บ้าน มีทั้งแบบเรือนเดียวชั้นเดียวพื้นติดดิน และแบบอาคารก่ออิฐสองชั้น ซึ่งในสมัยก่อนเรียกได้ว่าเป็นวัสดุที่มีมูลค่าสูงในการก่อสร้าง


กิจกรรมในงานจะจัดขึ้นจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 23ธันวาคม ที่ชุมชนท่าแร่ พบกับขบวนแห่ดาวคริสต์มาส “มหัศจรรย์ สีสันดาวบนดิน” ขบวนรถแห่ดาวที่ประดับตกแต่งด้วยดวงดาวรูปต่าง ๆ กว่า 20 ขบวน ชมสถาปัตยกรรมโคโลเนียลอายุกว่า 100 ปี การประดับประดาบ้านเรือนด้วยดาว ไฟแสงสีระยิบระยับสวยงามตระการตา กิจกรรมสาธิตการทำดาว และถนนคนเดิน และในวันที่ 24ธันวาคม พบกับชมขบวนแห่ดาวมือถือ รอบโบสถ์ท่าแร่ การแห่ดาวแบบดั้งเดิมของชุมชนท่าแร่ด้วยดวงดาวน้อยใหญ่ที่ถืออยู่ในมือ พิธีบูชามิสซา ณ โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ส่วนในวันที่ 25 ธันวาคม เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป พบกับความอลังการของ “ดาวบนดินนับหมื่นดวง” ขบวนรถดาวกว่า200 คัน แห่ไปตามถนนโดยเริ่มจากบริเวณหน้าลานพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 ศูนย์ราชการจังหวัดสกลนคร แห่รอบตัวเมืองไปยังบริเวณจัดงาน ณ สำนักมิสซังโรมันคาทอลิกท่าแร่-หนองแสง(โรงเรียนเซนต์ยอแซฟ) ขบวนแห่ดาวจากชุมชนชาวคริสต์ในเขตเมิสซังท่าแร่-หนองแสง หรืออัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง 4จังหวัดทั้ง จ.สกลนคร นครพนม มุกดาหาร และกาฬสินธุ์ทำให้ถนนในค่ำคืนนั้นกลายเป็นถนนสายดวงดาวที่สว่างไสวและอึกทึกไปด้วยเพลงสรรเสริญพระเจ้า นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมกิจกรรมชมงาน ณ บริเวณโรงเรียนเซนต์ยอแซฟได้ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งภายในงานจะมีการแสดงดนตรีบนเวที การสาธิตทำดาว การจำหน่ายอาหารและสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน การแสดงนิทรรศการขององค์กร หน่วยงานและชุมชนต่างๆ พร้อมชมการแสดงละครเทวดาวันคริสต์สมภพ การแสดงชุดอาเซียน จินตลีลาประกอบเพลง การร้องเพลงประสานเสียงเพลงคริสต์มาสและชมพลุไฟเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสอันตระการตา          

วันธรรมดาน่าเที่ยว นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานนครพนม กล่าวว่า  งานประเพณีแห่ดาว เทศกาลคริสต์มาส จังหวัดสกลนคร ถือเป็นประเพณีท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลคริสต์มาส การแห่ดาวเป็นการแสดงถึงความเชื่อความศรัทธา การส่งมอบความสุขความรื่นเริง ความเป็นหนึ่งเดียวกันของคริสตชนในช่วงเทศกาลคริสต์มาส เป็นเทศกาลแห่งสีสันความสุขและรอยยิ้ม เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการมาเที่ยวเป็นครอบครัวในช่วงส่งท้ายปี”

 
ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานนครพนม  กล่าวต่อว่า ในปีนี้ ททท.สำนักงานนครพนม นอกจากจะมีส่วนสำคัญในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อให้เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังได้ร่วมกับภาครัฐและเอกชนในจังหวัดสกลนครจัดทำโปรโมชั่นพิเศษขึ้นในช่วงเทศกาลนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวันธรรมดาน่าเที่ยว โดยนักท่องเที่ยว 1,000 ท่านแรกที่ซื้อสินค้าและบริการทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้าในจังหวัดสกลนครช่วงวันที่ 22-26ธันวาคม ครบ 1,000 บาท สามารถนำใบเสร็จรับเงินมาแลกของที่ระลึก พวงกุญแจน้องสุขใจได้ที่ ททท.สำนักงานนครพนม และที่ซุ้ม ททท. ภายในบริเวณการจัดงาน