ททท. แถลงทิศทางการตลาดการท่องเที่ยวปี 2558 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ เน้นย้ำความร่วมมือเพื่อพัฒนาท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
วันที่ประกาศข่าว : 9 ก.ค. 2557

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำหนดทิศทางดำเนินการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวไทยในปีหน้า คงเป้าหมายรายได้ 2.2 ล้านล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากข้อมูลขององค์การการท่องเที่ยวโลก (WTO) ระบุรายได้ทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยในปี 2556 สูงเป็นอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 3 ในเอเชีย ถือเป็นความท้าทายของ ททท.ที่จะทำให้อันดับนี้สูงขึ้นในปี 2558  ซึ่งต้องใช้ความสามารถ ความพยายามและบูรณาการอย่างมืออาชีพ ภายใต้การดำเนินการตลาดเชิงรุกทั้งในกลุ่มตลาดฟื้นฟู และกลุ่มตลาดก้าวไปข้างหน้า เน้นขยายฐานตลาดกลุ่ม quality leisure ทั้งที่ยังไม่เคยมาเมืองไทย และกลุ่มที่เดินทางซ้ำ สร้าง demand และสินค้าท่องเที่ยวใหม่ ๆ

 ในการประชุมจัดทำแผนปฏิบัติ การส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวไทยประจำปี 2558 หรือ TAT Action Plan – TATAP 2015) ของ ททท. ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2557 ณ โรงแรมรีเจ้นท์ บีช ชะอำที่ผ่านมา  เป็นการระดมสมองร่วมกันระหว่างผู้บริหารและพนักงาน ททท. ในฐานะนักการตลาดเป็นการมองไปข้างหน้าอย่างท้าทาย โดยการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการตลาดและข้อมูลประกอบจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากปัจจุบันซึ่งมีหลายปัจจัยที่เปลี่ยนแปลง นำมาสู่การกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวที่จะขับเคลื่อนในปีหน้า

โดยในเย็นวันนี้ (7 กรกฎาคม 2557) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ได้แถลงต่อที่ประชุม ถึงทิศทางการส่งเสริมตลาดในภาพรวม ซึ่ง ททท. ได้ยึดตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11  แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ยุทธศาสตร์กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มาเป็นกรอบในการดำเนินงาน โดยจะมุ่งเน้นใน     2 ด้านที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว คือ การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเร่งรัดวางรากฐานที่ดีของประเทศ  และการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม 

ประเด็นการเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อตลาดนักท่องเที่ยว  เป็นการวางเป้าหมายลำดับแรก ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวนโยบายของ คสช. โดย ททท. จะสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทย ด้วยการนำส่งความสุข สนุกแบบไทยๆ ที่แตกต่างจากชาติอื่นๆ ภายใต้แคมเปญการสื่อสารหลักที่เน้นย้ำแบรนด์ “Amazing Thailand ; Happiness Within”  พร้อมความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในการจัดกิจกรรมพิเศษระดับ นานาชาติเป็นปฏิทินท่องเที่ยวตลอดทั้ง 12 เดือน เพื่อทำให้เกิดการใช้จ่ายและพักนานวัน  ควบคู่กับการสร้างสรรค์สินค้าท่องเที่ยวเชิงคุณค่า  ขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวและสร้างการเชื่อมโยงการเดินทางในประชาคมอาเซียน โดยดำเนินการส่งเสริมตลาดทั้งในและต่างประเทศ  

สำหรับ ทิศทางการดำเนินงานด้านตลาดในประเทศ  ททท.ยังคงใช้แนวทางการสื่อสารการตลาดไปสู่นักท่องเที่ยวไทย ภายใต้แคมเปญ “หลงรักประเทศไทย” เพื่อชักจูงให้คนไทยเที่ยวไทยได้รู้จักเมืองไทยและรักประเทศมากขึ้น เนื่องจากบรรยากาศการเที่ยวเมืองไทยของคนไทยยังมีความเคลื่อนไหวที่ดี   ททท. จะมุ่งกระตุ้นความต้องการในการเดินทางของคนไทยในทุกกลุ่ม (กลุ่มครอบครัว วัยทำงาน ผู้สูงอายุ และเยาวชน)  รวมทั้งสร้างความสมดุลเชิงพื้นที่เพื่อลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในเมืองหลัก โดยส่งเสริมการเดินทางสู่จังหวัดท่องเที่ยวทางเลือกที่มีเอกลักษณ์ “10 เมืองต้องห้าม...พลาด” (ลำปาง เพชรบูรณ์ บุรีรัมย์ เลย สมุทรสงคราม ราชบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร  ตรัง)  และสานต่อโครงการวันธรรมดาน่าเที่ยว เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดาด้วยแนวคิด “เที่ยวง่าย สบายกระเป๋า”  เป็นการสร้างความสมดุลเชิงเวลา

ทิศทางด้านตลาดต่างประเทศ ในปี 2558  ในส่วนของกลุ่มตลาดก้าวไปข้างหน้า… ยุโรป อเมริกา ซึ่งภาพรวมยังคงมีแนวโน้มเติบโตที่ดีต่อเนื่อง ททท.จะมุ่งรุกคืบพื้นที่ใหม่ในเมืองรอง เช่น Lyon, Marseille, Nice ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส Stuttgart, Hamburg, Munich, Leizig ในเยอรมัน  Birmingham, Manchester, New Castle, Glasgow, Edinburg  ในสหราชอาณาจักร และกลุ่มแอฟริกาเหนือ (โมรอคโค แอลจีเรีย ตูนีเซีย)  พร้อมกับการรักษาฐานตลาดเดิมในกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำ (Revisit) โดยเฉพาะตลาดสเปน อิตาลี ฝรั่งเศส อเมริกา และบราซิล  ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตก้าวกระโดด ผ่านกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการขายและนำเสนอพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ เช่น ขนอม สุโขทัย สร้างประสบการณ์ร่วมในวิถีไทย โดยชูเรื่องศาสตร์การทำอาหาร (gastronomy)  มวยไทย เป็นต้น  

ส่วนในกลุ่มตลาดฟื้นฟู ซึ่งจะโฟกัสไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ อาเซียนและแปซิฟิคใต้ โดย ททท.จะรุกตลาดเมืองรองของจีน อาทิ เซียะเหมิน อู่ฮั่น ซีอาน ฉางฉวน ซึ่งเป็นเมืองที่มีสภาพเศรษฐกิจดี เมืองปูซาน เกาหลี รวมถึงตลาดขนาดเล็ก แต่มีศักยภาพในตะวันออกกลาง  เช่น จอร์แดน อียิปต์ เลบานอน   พร้อมทั้งเข้าถึงกลุ่มตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในเมืองเดิม เช่น จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย เจาะกลุ่มคอร์ปอเรต กลุ่มครอบครัว นักบริหารรุ่นใหม่ และสาวออฟฟิศที่มีกำลังซื้อสูง โดยสินค้าที่อยู่ในความสนใจเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ แฟชั่น สุขภาพความงาม และอาหารไทย 

นอกจากนี้  การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ในปีหน้า จะทำให้ตลาดอาเซียนเดินทางระหว่างกันได้กว้างขวางขึ้น ททท. จะวางตำแหน่งทางการตลาดให้ประเทศไทยเป็น ASEAN Connectivity ใช้โอกาสของไทยเป็น Entry/Exit Point  เพื่อดึงตลาดประเทศที่สามทั้งในกลุ่มตลาดระยะใกล้ เช่น สิงคโปร์ จีนและกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) รวมถึงตลาดระยะไกลเข้ามาท่องเที่ยว  

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การมุ่งสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดระดับบนหรือตลาดความสนใจพิเศษ  (Niche Market) ได้แก่ กลุ่มที่ชื่นชอบสินค้าความหรูหรา กลุ่มคู่แต่งงาน-ฮันนีมูน กลุ่มกอล์ฟ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยเน้นการจัดกิจกรรมที่กระตุ้นการขายได้จริง เช่น Honeymoon Agent Fam Trip & Romance Symposium  กิจกรรม Thailand Golf Travel Mart  งาน Thailand Health Tourism Mart ฯลฯ และเพิ่มช่องทางการขายเข้าสู่นักท่องเที่ยวโดยตรงผ่าน Online  รวมถึงการทำตลาดร่วมกับพันธมิตรซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือกันเพื่อพัฒนาท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยในการสร้างรายได้การท่องเที่ยวจากตลาดต่างประเทศ 1.4 ล้านล้านบาท (เติบโตร้อยละ 16) และรายได้จากตลาดในประเทศ 800,000 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 14)