ททท.ซิดนีย์ เชิญสื่อมวลชนจากออสเตรเลีย ร่วมโครงการ “From Friendship To Friend Trip” : เพื่อนชวนเพื่อนเที่ยว ใน 3 เส้นทางประทับใจของผู้ว่าการ ททท. 3 ท่าน
วันที่ประกาศข่าว : 29 ก.พ. 2555

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานซิดนีย์ จัด Media Fam Trip ในโครงการ “From Friendship To Friend Trip” เพื่อนชวนเพื่อนเที่ยวในตลาดออสเตรเลีย เชิญสื่อมวลชนเที่ยวเมืองไทยด้วย  3 เส้นทางพิเศษจากไกด์กิติมศักดิ์ระดับผู้ว่าการ ททท. ทั้ง 3 ท่าน 

 นายสรรเสริญ  เงารังษี  รองผู้ว่าการ ด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ เปิดเผยว่า “เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา ณ วังจักรพงษ์  ถนนมหาราช เขตพระนคร  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย ได้จัดกิจกรรม Media Fam Trip ในโครงการ “From Friendship To Friend Trip” เพื่อนชวนเพื่อนเที่ยวในตลาดออสเตรเลีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอประสบการณ์และเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ สู่ตลาดออสเตรเลีย โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรพล  เศวตเศรนี  ผู้ว่าการ ททท. ในปัจจุบัน และอดีต ผู้ว่าการ ททท. อีก 2 ท่าน คือ นายภราเดช  พยัฆวิเชียร และนางพรศิริ  มโนหาญ ร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวที่ประทับใจ จำนวน 3 เส้นทาง โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจากท่านเจ้าของวัง หม่อมราชวงศ์หญิง นริศรา  จักรพงษ์ เป็นผู้พาคณะเยี่ยมชมวัง ซึ่งมีความวิจิตรตระการตา และเปี่ยมไปด้วยสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์

 นายสรรเสริญ  กล่าวเพิ่มเติมว่า “โครงการ “From Friendship To Friend Trip” เกิดขึ้นเนื่องในวาระที่ปี พ.ศ. 2555 เป็นปีที่ความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย – ออสเตรเลีย ครบ 60 ปี ททท. จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวที่จะเป็นโอกาสในการนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ ๆ สู่ตลาดออสเตรเลียผ่านแนวคิด “เพื่อนชวนเพื่อนเที่ยว” ที่เน้น “ความเชื่อใจและความผูกพันของมิตรภาพเป็นแรงผลักดันในการแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้านการท่องเที่ยว” โดยเชิญสื่อมวลชนชาวไทยและชาวต่างประเทศจากออสเตรเลีย จำนวน 20 คน ร่วมเดินทางมายังประเทศไทยระหว่างวันที่ 22 – 29 กุมภาพันธ์ 2555 เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์ตรงในเส้นทางท่องเที่ยว 3 เส้นทาง ที่นำเสนอโดย ผู้ว่าการ ททท. ทั้ง 3 ท่าน ที่ได้ให้เกียรติร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และภูมิใจนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง เนื่องจากทั้ง 3 ท่าน เคยดำรงตำแหน่ง ณ เครือรัฐออสเตรเลีย กอปรกับด้วยความรักและชอบเป็นการส่วนตัว ผ่านการสั่งสมประสบการณ์และความชำนาญในการทำงานด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมานานปี จึงถือเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง”

            สำหรับทั้ง 3 เส้นทางท่องเที่ยว ประกอบด้วย

            1.  เส้นทางที่ 1 (นายภราเดช  พยัฆวิเชียร) : ท่องเที่ยวชุมชนและวัฒนธรรมไทย จ.เชียงราย เชียงใหม่   (At The Cultural Crossroads) (เชียงราย – ดอยตุง-ท่องเที่ยวชุมชนบ้านห้วยขี้เหล็ก-สวนทิพย์รีสอร์ท (การทำอาหารไทยและการนวดแผนโบราณ) - เชียงใหม่ -วัดพระสิงห์ - พระนครศรีอยุธยา (มรดกโลกอุทยานประวัติศาสตร์) - กรุงเทพฯ

            2.  เส้นทางที่ 2 (นางพรศิริ  มโนหาญ) : Culture & Lifestyle (เส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ – พระธาตุดอยสุเทพ-ถนนสายหัตถกรรมและหัตถศิลป์นิมมาน์เหมินทร์-โรงแรมสอนทำอาหาร Four Seasons เชียงใหม่ – นวดผ่อนคลายที่ระรินจินดา-เชียงใหม่ ไนท์ บาซาร์ – สวนสัตว์เชียงใหม่-กรุงเทพฯ (ถ.ข้าวสาร) –พระที่นั่งอนันตสมาคม – พระที่นั่งวิมานเมฆ-เอเชียทีค ริเวอร์ ฟร้อนท์

            3.  เส้นทางที่ 3 (นายสุรพล  เศวตเศรนี) : ดูนก เพชรบุรี แก่งกระจาน หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ (Green Route)  (เส้นทางดูนกเหยี่ยวหนองปลาไหล – นั่งเรือชมฟาร์มหอยนางรม – แหลมผักเบี้ย – ชมนก และป่าชายเลน – อุทยานเขาสามร้อย   จ.ประจวบคีรีขันธ์ – หัวหิน – แก่งกระจาน (ดูนกหลากหลาย) – ชมนกที่กำแพงแสน จ.นครปฐม – กรุงเทพฯ

หลังจากการเปิดตัวโครงการแล้วเสร็จ จะได้มีการนำเสนอเส้นทางตัวอย่างทั้ง 3 เส้นทางเข้าในระบบเว็บไซต์ www.wolif.com เพื่อแข่งขันชิงรางวัลไปเที่ยวประเทศไทยยกก๊วน (4 คน) โดยจะมีการเสนอเส้นทางทั้ง 3 เส้นทางของผู้ว่าการ ททท. ทั้ง 3 ท่านให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาข้อมูลเส้นทาง ตอบคำถามที่กำหนด และโหวตเลือกเส้นทางที่ชอบที่สุด โดยเส้นทางที่มีคะแนนสูงสุด 1 เส้นทาง จะเป็นเส้นทางตัวอย่างให้ผู้ชนะ 1 รางวัล ที่ได้รับการคัดเลือกสามารถชวนเพื่อนมาเที่ยวประเทศไทยได้รวม 4 คน โดย ททท. สนับสนุนรายการนำเที่ยวตามเส้นทางตัวอย่างพร้อมบัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับ ทั้งนี้ เพื่อโอกาสในการเผยแพร่และเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมจัดการเดินทางเองโดยใช้บริการออนไลน์ และมุ่งการกระตุ้นกระแสการเดินทางเข้าประเทศไทย รวมทั้งตรวจสอบระดับความน่าสนใจ และลักษณะความสนใจของลูกค้าต่อเส้นทางท่องเที่ยวใหม่

 “โครงการ “From Friendship To Friend Trip” นี้ เป็นโครงการที่ต้องการเสนอความแปลกใหม่ และความหลากหลายของประเทศไทยแก่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย ซึ่งรักการผจญภัย สัมผัสวิถีชีวิต และวัฒนธรรมไทย (Real Life Experience) นับเป็นอีกโครงการหนึ่งที่น่าสนใจและสามารถขยายผลทางการตลาดได้ต่อไปในอนาคต” นายสรรเสริญ กล่าว