ททท. ดูไบ จับมือ สายการบิน Etihad Airways นำตัวแทนบริษัทนำเที่ยวจาก 5 ประเทศในตะวันออกกลาง
วันที่ประกาศข่าว : 17 ต.ค. 2554

ททท. ดูไบ จับมือ สายการบิน Etihad Airways นำตัวแทนบริษัทนำเที่ยวจาก 5 ประเทศ   ในตะวันออกกลาง สำรวจแหล่งท่องเที่ยวและนัดหมายเจรจาซื้อขายธุรกิจท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการไทย คาดปีนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางโตเพิ่ม 4.2 %

 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานดูไบ ร่วมกับ สายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ (Etihad Airways) จัด Mega FAM Trip นำผู้บริหารและบริษัทนำเที่ยวจาก 5 ประเทศ  ในตะวันออกกลาง ได้แก่ จอร์แดน คูเวต กาตาร์ โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กว่า 40 คน เดินทางมาสำรวจสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวในประเทศไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สมุย ภูเก็ต และอัมพวา ระหว่างวันที่ 15-22 ตุลาคม 2554 พร้อมกับจัดงานส่งเสริมการขาย Middle East Trade Meeting (MTM) ในวันที่ 17 ตุลาคม 2554 ณ สยามนิรมิต กรุงเทพฯ เพื่อนัดหมายให้คณะดังกล่าวได้พบกับผู้ประกอบการไทยที่ ททท.เชิญมาร่วมงานกว่า 150 ราย

 นายปราโมทย์ ทรัพย์เย็น ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานดูไบ กล่าวว่า จากสภาพการณ์   ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางจำนวนมากรู้จักและชื่นชอบประเทศไทยอยู่แล้ว      ในฐานะที่มีแหล่งท่องเที่ยวประเภทหาดทรายชายทะเลที่สวยงาม การเป็นแหล่งช้อปปิ้ง และการให้บริการทางการแพทย์ (Medical Tourism & Wellness) ดังนั้น การจัดงานในครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสดีในการที่จะได้ตอกย้ำถึงภาพลักษณ์การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและที่มีความหลากหลายของประเทศไทยให้ตัวแทนบริษัทนำเที่ยวจากประเทศในตะวันออกกลางได้รู้จัก เพื่อมุ่งขยายจำนวนนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางให้เดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นถึงแม้ว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางจะมีการชะลอตัวลงเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองภายในภูมิภาค แต่คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางมาประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 520,000 คน ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 4.2 จาก จำนวน 499,045 คน ในปีที่ผ่านมา

 นอกจากนี้ การนำตัวแทนบริษัทนำเที่ยวและผู้แทนสายการบินเดินทางมาสำรวจประเทศไทยในช่วงนี้ก็นับว่าเป็นโอกาสที่จะให้คณะดังกล่าวได้มารับทราบสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด และแหล่งท่องเที่ยวหลักของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางก็ไม่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน