ททท. นำทีมคณะผู้บริหารและผู้ประกอบการรุกตลาดญี่ปุ่น เสริมความเชื่อมั่น เสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวใหม่ ๆ หวังเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวในปี 2554
วันที่ประกาศข่าว : 22 ก.พ. 2554

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  นำโดย นายวิชัย  ศรีขวัญ  ประธานกรรมการ ททท.  นายสุรพล เศวตเศรนี  ผู้ว่าการ ททท. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร มีกำหนดเดินทางไปยังกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 16 – 19 กุมภาพันธ์ 2554 เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการส่งเสริมการตลาดเชิงรุกที่มุ่งรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Niche Market มากขึ้น โดยในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 ททท. มีกำหนดเข้าเยี่ยมคารวะ (Courtesy Call) ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทนำเที่ยวและสื่อมวลชนชั้นนำของญี่ปุ่น ได้แก่ บริษัท เจทีบี ทราเวิล เอเจนซี่  หนังสือพิมพ์อาซาฮี   หนังสือพิมพ์โยมิอุริ  และสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค

นอกจากกิจกรรมทางการตลาดแล้ว ททท. ยังได้จัดแถลงข่าวในหัวข้อ “สวัสดีประเทศไทย” (Sawasdee Thailand)  โดยเชิญสื่อมวลชนญี่ปุ่นในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 70 ราย เพื่อให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านการตลาด  สินค้าและการบริการด้านการท่องเที่ยว  สิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ ๆ เพื่อนำไปเผยแพร่แก่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศไทย  ในโอกาสนี้ ททท. ยังได้รับเกียรติจาก นายสิงห์ทอง ลาภพิเศษพันธุ์ อัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว Mr. Kazuo  Kikkawa  Vice Chairman of Japan - Thailand Business Forum (JTBF)  และ Mr. Toshikatsu Kitano  Chairman of Tourism and Publicity Division /Cultural Coordination, Japanese Chamber of Commerce, Bangkok ร่วมในงานแถลงข่าวครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ ททท. ยังได้เข้าร่วมงาน Japan Golf Fair 2011  ซึ่งในปีนี้ ททท. สำนักงานโตเกียว ได้ร่วมออกบูธในงาน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ 2554 ณ Tokyo Big Sight กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ข้อมูลเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สนามกอล์ฟในประเทศไทย โดยในปีนี้ มีผู้ประกอบการธุรกิจสนามกอล์ฟของประเทศไทยเข้าร่วมกิจกรรม รวมจำนวน 9 ราย ทั้งจากจังหวัดเชียงใหม่ ชลบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร

จากสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่เดินทางมาประเทศไทยในปี 2553  มีจำนวนทั้งสิ้น 15.8 ล้านคน คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปี 2552 และมีอัตราเติบโตาาเกือบทุกตลาด อาทิ มาเลเซียเติบโตร้อยละ 12 ตลาดจีนมีอัตราเติบโตสูงเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 45 ตลาดเกาหลีเติบโตร้อยละ 32 ประเทศไทยได้มีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น จำนวน 985,000 คน มีอัตราลดลงร้อยละ 2 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมีอัตราวันพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7 วัน ซึ่งมีระยะยาวพำนักยาวกว่าประเทศอื่นอีกหลายประเทศ และแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นนิยมไปท่องเที่ยวนอกจากกรุงเทพฯ และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังมีเชียงใหม่  น่าน  เพชรบูรณ์  เลย  พิษณุโลก  สุโขทัย  ภูเก็ต กระบี่  ตรัง  และพังงา  เป็นต้น

ในปี 2554 ประเทศไทยมีแนวทางในการส่งเสริมการตลาดในญี่ปุ่น โดยใช้แนวคิด “Thailand is Everyday Destination” ภายใต้แคมเปญ “Amazing Thailand Always Amazes You” สื่อความหมายถึง ประเทศไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นสามารถเดินทางมาได้ทุกวัน เนื่องจากมีความสะดวกสบายในทุก ๆ ด้าน ทั้งความคุ้มค่าของเงิน การเป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาค ความหลากหลายของสินค้าทางการท่องเที่ยว และความมีอัธยาศัยไมตรีของคนไทย โดย ททท. ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในตลาดญี่ปุ่นโดยเน้นกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Green Tourism กลุ่ม Golf และกลุ่ม Senior Market

สำหรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมายังประเทศไทยจะสะดวกคล่องตัวมากขึ้นด้วยจำนวนเที่ยวบินตรงกว่า 103 เที่ยวต่อสัปดาห์ ที่มีให้เลือกเดินทางจากหลายเมือง ได้แก่ โตเกียว โอซากา นาโกยา และฟูกูโอกะ ปัจจุบัน ททท. ยังมีสำนักงานในประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นถึง 3 สำนักงาน ได้แก่ สำนักงานโตเกียว ฟูกูโอกะ และโอซากา