ที่ประชุมเอเปค ยกไทยเป็นกรณีศึกษาเรื่องจัดการความเสี่ยง ตัวเลขนักท่องเที่ยวกระเตื้อง 6 เดือนแรกของปี 2553 มีจำนวน 7.5 ล้านคน แสดงว่าความมั่นใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาแล้ว
วันที่ประกาศข่าว : 27 ก.ย. 2553

                     (24 กันยายน 2553) ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  ให้สัมภาษณ์ในโอกาสเดินทางไปเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวประจำปีของประเทศญี่ปุ่น ในงาน   JATA World Tourism Congress  & Travel Fair 2010   โดยก่อนหน้าเพิ่งเสร็จสิ้นจากการเข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการท่องเที่ยวของประเทศกลุ่มเอเปค   จัดขึ้น ณ เมืองโอซากา  ระบุในเวทีการประชุมเอเปค 2010 ระดับรัฐมนตรีด้านการท่องเที่ยวของประเทศสมาชิก ได้มีการพูดถึงวิกฤตการณ์ต่าง ๆที่ส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวทั่วโลก อาทิ โรคซาร์ส ไข้หวัดนก ภัยโลกร้อน ภูเขาไฟปะทุที่ไอซ์แลนด์  รวมทั้งหยิบยกเรื่องวิกฤตของไทยที่เผชิญ ได้แก่ สึนามิ เหตุการณ์ปิดสนามบิน ฯลฯ  ซึ่งภาพลักษณ์ของประเทศไทยสามารถแก้วิกฤตได้เป็นอย่างดี ที่ประชุมจึงได้กำหนดให้ไทยนำเสนอเป็นกรณีศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะว่าไทยทำได้อย่างไร ที่มีการแก้ไขได้อย่างรวดเร็วเป็นระบบ  ซึ่งเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจอย่างมาก   นอกจากนี้ในการประชุมกลุ่ม G20 ที่จะจัดขึ้นในเกาหลีเดือนตุลาคมนี้ ไทยยังได้รับเกียรติให้เป็นผู้นำเสนอแนวทางการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวในภาวะวิกฤตนี้อีกครั้ง แม้ว่าไทยจะไม่ได้เป็นประเทศสมาชิกในกลุ่มดังกล่าว จึงถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี

                  จากปัญหาที่ผ่านมาในช่วงวิกฤตซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการที่ประสบผลสำเร็จในการกระตุ้นนักท่องเที่ยว ด้วยโครงการประกันภัย  10,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ   มาตรการลดหย่อนภาษีสนามบิน มาตรการยกเว้นวีซ่าประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองในไทย นักท่องเที่ยวเริ่มมีความเคยชิน  และการทำตลาดแบบฮาร์ดเซลของ ททท. โดยร่วมกับภาคเอกชน บริษัทนำเที่ยว สายการบิน จัดทำแพ็คเกจ ซึ่งเป็นการได้ประโยช์ทั้งสองฝ่าย (win – win) คาดว่าสิ้นปีนี้ ไทยจะได้นักท่องเที่ยวถึง 15 ล้านคน และรายได้  5.5- 6 แสนล้านบาทตามเป้าหมาย

                   นายชุมพล ยังได้กล่าวถึงแนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวตลาดเอเชียส่วนใหญ่ กว่า 70% เป็นกลุ่ม FIT ที่หาข้อมูลและจัดการการเดินทางด้วยตัวเอง ซึ่งบริษัทผู้ประกอบการจำเป็นต้องเตรียมการวางแผนทางการตลาดเพื่อรับมือให้มากขึ้น

ทั้งนี้นายสรรเสริญ เงารังษี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ได้เปิดเผยเพิ่มเติมถึงการดำเนินงานในด้านบริหารจัดการในภาวะวิกฤต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนบริหารความเสี่ยงตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ให้ไว้  จากการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวและศูนย์ปฏิบัติการในภาวะวิกฤต ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลในภาวะปกติเพื่อใช้สำหรับการวางแผน และในภาวะวิกฤตจะเน้นการฟื้นฟูตลาด  จุดเด่นของศูนย์ฯ คือ การเชื่อมโยงกับเอกชนทุกภาคส่วน และมีการจัดประชุมต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อนำข้อมูลรอบด้านมาหารือ มีการเตรียมการจัดโปรโมชั่นร่วมกัน ในตลาดเอเชียที่มีศักยภาพใหญ่ ๆ เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดียเพื่อกระตุ้นตลาดสิ้นปี    รวมถึงหารือถึงข้อมูลที่ทันกับสถานการณ์ เช่น ปัญหาค่าเงินบาทขณะนี้ ซึ่งจะกระทบต่อตลาดยุโรปในการจองซื้อ ซึ่งภาคเอกชนอาจจะต้องทบทวนเรื่องการกำหนดราคาขายเพื่อป้องกันการตัดราคา เป็นต้น  อย่างไรก็ตามประเด็นที่สำคัญในการบริหารความเสี่ยง คือ เรื่องของซิงเก้ล แมสเสจ ในการสื่อสารต้องชัดเจนและให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน