ททท. เตรียมจัดงานไทยแลนด์ ทราเวล มาร์ท พลัส ผนึกกำลังภาคเอกชนเสนอขายสินค้าท่องเที่ยวไทย ปี 2553
วันที่ประกาศข่าว : 23 ส.ค. 2553

                    นายสุรพล  เศวตเศรนี  ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  เปิดเผยว่า ททท. กำหนดจัดงาน Thailand Travel Mart Plus The Greater Mekong Subregion  (TTM+ 2010)   ในระหว่างวันที่ 8 - 10  กันยายน 2553  ณ  อิมแพ็คคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ฮอลล์ 9  เมืองทองธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพการขายแหล่งท่องเที่ยวและบริการทางการท่องเที่ยวของไทยในตลาดต่างประเทศ  

                     โดยจัดรูปแบบเวทีเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวในระดับนานาชาติเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคเอกชนไทยร่วมแข่งขันในเวทีสากล  และเปิดโอกาสให้ธุรกิจเอกชนขนาดกลาง - ขนาดเล็กได้มีโอกาสเสนอขายสินค้าและบริการด้านท่องเที่ยวแก่ตลาดต่างประเทศ  ทั้งยังเป็นการแสดงศักยภาพของสินค้าทางการท่องเที่ยวของไทยที่จะเป็นประตูเชื่อมโยงหลักสู่ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มลุ่มน้ำโขง (GMS) 

                     งาน TTM+  จัดขึ้นต่อเนื่องทุกปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9   โดย ททท. ในฐานะผู้จัดงาน  ได้เชิญผู้ประกอบธุรกิจด้านท่องเที่ยวในประเทศไทย   (ประกอบด้วย  บริษัทนำเที่ยว  โรงแรม  รีสอร์ท  สายการบิน  สนามกอล์ฟ   สปา)  รวมถึงหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติ และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศต่าง ๆ ในกลุ่ม GMS ได้แก่ กัมพูชา  ลาว  เมียนมาร์  และ เวียดนาม เข้าร่วมงานในฐานะผู้ขาย (Sellers)  ระหว่างวันที่ 9 - 10  กันยายน 2553  ซึ่งกำหนดเป็นวันเจรจาธุรกิจ (Trade Days)  

                      โดยขณะนี้มีผู้ตอบรับเข้าร่วมงานเพื่อเสนอศักยภาพด้านสินค้าและบริการท่องเที่ยว ประมาณ 400 ราย   ในส่วนของผู้ซื้อ (Buyers)  มีผู้ตอบรับประมาณ 350 ราย จากทั่วโลก  ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้แทนจากบริษัทที่เสนอขายรายการนำเที่ยวมายังประเทศไทย ประกอบด้วยบริษัทนำเที่ยวจากตลาดใหญ่ทุกภูมิภาค ได้แก่  ภูมิภาคยุโรป  อเมริกา  โอเชียเนีย  เอเชียตะวันออก  และ ตะวันออกกลาง  ซึ่งให้ความสนใจและตอบรับเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก  อีกทั้งมี Buyers รายใหม่จากปากีสถาน  ลิทธัวเนีย   เอสโทเนีย   คาซัคสถาน  โปรตุเกส และ สาธารณรัฐเช็ก สนใจมาร่วมงานเป็นครั้งแรกจำนวน 13 ราย

                        ททท. คาดว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะสร้างศักยภาพความเป็นศูนย์กลาง (Hub) ทางการท่องเที่ยวของประเทศไทย ไปสู่ประเทศต่างๆในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง  และช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะของแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมีความหลากหลาย  สามารถรองรับการจัดงานในระดับนานาชาติได้เป็นอย่างดี  ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจากทั้งในภูมิภาคใกล้เคียง และภูมิภาคระยะไกล  ซึ่งจะส่งผลดีต่อการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย